“Walk on the Wide Side” Project VI by YELLOW FANG

Yellow Fang เป็นวงดนตรีสัญชาติไทย 3 ชิ้น หญิงล้วน ประกอบด้วย พิมพ์พร เมธชนัน ( แป๋ง ) กีต้าร์,ร้องนำ ปิยะมาศ หมื่นประเสริฐดี ( พิม ) เบส,คอรัส และแพรวา จิระประวิติ ณ อยุธยา ( แพรวา ) กลอง,คอรัส ซึ่งกำลังเป็นวงดนตรีที่น่าจับตามองและกลายเป็นวงที่นักฟังเพลงนอกกระแสในบ้านเราเฝ้าคอยติดตามผลงานมากที่สุดวงหนึ่

Yellow Fangเป็นวงดนตรีที่มีเพลงจังหวะไม่เร็วไม่ช้า ชวนลุกและขยับตาม เป็นเพลงร็อคที่ฟังไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากนัก รวมถึงยังเป็นวงที่มีภาพอัตลักษณ์ชัดเจนตามแบบฉบับสาวเท่ 3 คนสามสไตล์ ที่ทำอะไรก็มักจะดูเท่ไปหมด ที่นอกเหนือจากความพิเศษที่พวกเธอทั้ง 3 คนทำไว้ในเพลงของตัวเองอย่างที่ยังไม่มีวงดนตรีหรือนักดนตรีเก่งๆอีกหลายคนไม่สามารถทำได้นั้น นั่นคือการสร้างบรรยากาศเฉพาะในแบบตนเองของพวกเธอบรรจุลงในผลงานภาพถ่ายหรือผลสร้างสรรค์แขนงอื่น จนใครหลายคนอาจจะคาดไม่ถึงและมักมองข้ามไปจนน่าประหลาดใจ

ภาพถ่ายของวงYellow Fang เป็นผลงานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะร่วมกันระหว่างสมาชิกในวงเอง รวมถึงสร้างขึ้นเฉพาะให้กับแบรนด์VICK’S กับครั้งที่ 6 ของ ” Walk on the Wide Side ” Project  VI ที่ครั้งนี้ทำให้เราได้รู้สึกถึงความอบอุ่น และเห็นเป็นภาพความสนุกสนาน ขี้เล่นเป็นกันเองระหว่างเพื่อนแบบที่เราไม่เคยเห็นภาพพวกเธอในมุมมองนี้มาก่อนมากนัก นอกเหนือไปจากผลงานเพลงและภาพพวกเธอยืนอยู่บนเวทีคอนเสิร์ต ดังนั้นผลงานภาพถ่ายของYellow Fangในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายภาพเพื่อบันทึกความทรงจำแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นภาพที่เปิดให้เราได้สัมผัสมุมมองใหม่จากพวกเธอที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยนจากเพื่อนไปสู่เพื่อนในเวลาเดียวกันอีกด้วย

0

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

1415

16

17

18

19

20

21

Share
Random stories
28 Jan '16
Jiuzhaigou 九寨沟 (China) by Thanutporn Ajchariyakulporn

” ถึงจะห่างไกลความสะดวกสบาย ถ้าเป็นไปได้ ประเทศจีน ดูเหมือนเป็นที่เกือบสุดท้ายที่จะเลือกไปเที่ยว ” หากเราเป็นอีกหนึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ในแนวน้ำตกหรือว่าขุนเขา จิ่วจ้ายโกว( Jiuzhaigou ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศจีน อยู่ในมณฑลเสฉวน การเดินทางนั้นต้องนั่งเรื่องบินไปลงที่สนามบินเฉิงตู และนั่งรถบัสอีกประมาณ 9 ชั่วโมงจากสนามบินถึงอุทยาน จิ่วจ้ายโกวเป็นการท่องเที่ยวธรรมชาติที่คุ้นค่าแก่การเดินทางมาเพราะธรรมชาติภายในอุทยานมีความสวยงามมากจนลืมความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางไปเลยทีเดียว ภายในอุทยานจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยทั้งสองฝั่งนั้นภายในอุทยานจะมีการจัดสรรรถบัสไว้ให้ตลอดวันตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เราจะต้องเดินทางโดยรถบัสไปถึจุดสูงสุดของแต่ละฝั่งและเดินไล่ลงมาเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินก็จะมีทั้งทะเลสาป ป่าไม้ น้ำตก และต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี จุดเด่นของจิ่วจ้ายโกวก็คือสีสันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะน้ำที่ใสจนมองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน และน้ำนั้นก็สะท้อนกับสีของท้องฟ้าและเมฆ เงาไม้หลากสีที่โดนแสงแดดและสะท้อนลงบนผิวน้ำใสราวกับกระจก ความสวยงามของน้ำในทะเลสาบของจิ่วไจ้โกว ที่ใสราวกับกระจก จนเกิดเป็นตำนานเล่ากัน เรื่องราวมีอยู่ว่า “เทพบุตรองค์หนึ่งในสรวงสวรรค์เกิดหลงรักนางฟ้าองค์หนึ่ง เทพบุตรองค์นี้ได้มอบของขวัญเพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อนางนางฟ้าชิ้นหนึ่ง ของขวัญนั้นคือกระจกส่องฟ้า เมื่อเทพบุตรมอบกระจกส่องฟ้าให้แก่นางฟ้าและได้บอกความในใจให้นางฟ้าได้รับรู้ถึงความรักที่มีต่อนาง เนื่องจากความรักเป็นสิ่งต้องห้ามบนสวรรค์ นางฟ้าถึงกับตกใจและทำกระจกหล่นแตก……เศษกระจกส่องฟ้าทั้ง 144 ชิ้นต่างร่วงหล่นหลงมาสู่พื้นโลกจนเกิดเป็นทะเลสาบที่แสนงดงามทั้ง 144 แห่งในบริเวณหุบเขาจิ่วไจ้โกวนั่นเอง” ทัศนียภาพของทั้งสองฝั่งก็จะมีความคล้ายกันเพราะแต่ก็มีความต่างในตัวของมันเองระยะเวลาในการเดินชมวิวนี้ใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพื่อที่จะได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวธรรมชาติก็คงจะฟินไม่น้อยกับการที่ได้มาเยือนอุทยานนนี้    

10 Feb '17
ปกิณกะปากี by Piyakan Bootprasert

คนส่วนใหญ่มักจะถามด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวอย่างไม่เก็บอาการ ทำไมไปปากี? ปากีมีอะไรเหรอ? นั่นสิ… ความเซอร์มันค่อยๆเริ่มตั้งแต่พบว่าทริปนี้จะมีอุณหภูมิตั้งแต่ศูนย์ถึง40องศา และมีฝนตก ต้องจัดกระเป๋าอย่างไร ? ต้องฉีกแขนเสื้อ แล้วเตรียมเข็มด้ายไปเย็บต่อกลับ ตอนอากาศหนาวขึ้นมั้ย? สุดท้ายเรื่องเงียบลงที่กระเป๋าเดินทางน้ำหนักเกือบ 20 กิโล เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน เสื้อกันลม เสื้อผ้ามิดชิดปิดทั้งร่าง ผ้าโพกหัว (ประเทศมุสลิม) รองเท้า trekking น้ำพริก มาม่า ยาดม ทุบทุกสถิติการแพคกระเป๋าเดินทางในชีวิต   เมื่อถึงสนามบินอิสลามบัด 98%เป็นชายล้วนๆ ความบิน ลาเดนเข้าจู่โจมพวกเราทันที (Abbottabad เป็นที่ซ่อนสุดท้าย ก่อนที่เค้าจะถูกจับตาย) เหตุนี้เองเราจึงไม่มีรูปถ่ายในแอร์พอร์ตกันเลย แต่พอเราได้พบกับไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ (ชื่ออัลตาฟ/มูสตากิม) โลกแขกปากีของเราก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พี่แกใจดีและน่ารักทุกครั้งที่พยายามพูดภาษาไทย อัลตาฟบอกว่าที่จริงคนที่ไว้หนวดเครายาว นั่นแสดงว่าเป็นคนเรียบร้อยที่ออกจะเคร่งศาสนาด้วยซ้ำ อืม ความรู้ใหม่   9 ชั่วโมง เรานั่งรถตู้มุ่งไปทางเหนือเส้นทางNaran ภูมิทัศน์ราวกับเดินทางออกไปนอกโลก ชนิดที่หนัง THE MARTIAN แอ๊บถ่ายได้สบาย รถตู้กลายเป็นยานสำรวจดาวอังคาร สเกลภูเขาตรงหน้ามหึมาเท่าตึกใบหยก รูปถ่ายใบนึงเราอาจได้ […]