“Walk on the Wide Side” Project V by Ekamon Teepatikanont

‘ Walk on the Wide Side ” Project V

เรามักคุ้นเคยกันดีกับผู้ชายที่ชื่อ เอกกมล ธีปฏิกานนท์ หรือ ต้น ถ้าหากคุณกำลังมองหากาแฟรสชาติดีเพื่อที่จะ “ละเลียด” ซักแก้ว หรือมองหาเมล็ดกาแฟสัญชาติไทยคุณภาพดีเพื่อกลับไปชงดื่มเองที่บ้านเอง เอกกมล หรือ ต้น ปัจจุบันเป็นทั้งเจ้าของและบาริสต้าฝีมือดีในร้านที่มีชื่อว่าLaliart Coffee (ละเลียดคอฟฟี่) อารีย์ซอย 2

ความชื่นชอบและหลงใหลในรสชาติและความหอมกรุ่นของกาแฟจากเอกกมล ถูกปรับเปลี่ยนมาสู่ความละเมียดละไมในผลงานภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ ส่งกลิ่นหอมไปด้วยเสน่ห์จากเรื่องราว สถานที่ รวมไปถึงบรรยากาศและภาพความอบอุ่นในวิถีความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายจากชีวิตมนุษย์ ผสมผสานเข้ากันจนเกิดเป็นเรื่องราวสุดพิเศษ จนกลายเป็นผลงานภาพถ่ายที่ช่วยเพิ่มเติมจินตนาการให้ผู้คนได้เพลินเพลินไปกับชีวิต มากกว่าภาพเดิมจากสถานที่เดิมในที่เราเคยคุ้นตา

ครั้งที่ 5 ของ ” Walk on the Wide Side ” กับความร่วมมือสุดพิเศษที่มากไปกว่าโลกของกาแฟจากเอกกมล ธีปฏิกานนท์ ในผลภาพถ่ายชุด ”Out the Ordinary” ที่เขาคัดสรรค์เลือกนำเอาเอกลักษณ์และความถนัดเฉพาะตัวผสมผสานเข้าไว้กับบรรยากาศรูปแบบต่างๆ จนเผยให้เห็นความสงบนิ่งของชีวิตบางด้าน สะท้อนให้เห็นกิจกรรมร่วมสมัยจากโลกยุคใหม่บางส่วน รวมกันบรรจุลงในความทรงจำผ่านเลนส์และม่านชัตเตอร์ จนกลายมาเป็นชุดภาพถ่ายสุดพิเศษที่สร้างขึ้นเฉพาะโปรเจคนี้ร่วมกันกับVICK’Sในครั้งนี้

DSCF0474

Share
Random stories
28 Jan '16
Jiuzhaigou 九寨沟 (China) by Thanutporn Ajchariyakulporn

” ถึงจะห่างไกลความสะดวกสบาย ถ้าเป็นไปได้ ประเทศจีน ดูเหมือนเป็นที่เกือบสุดท้ายที่จะเลือกไปเที่ยว ” หากเราเป็นอีกหนึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ในแนวน้ำตกหรือว่าขุนเขา จิ่วจ้ายโกว( Jiuzhaigou ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศจีน อยู่ในมณฑลเสฉวน การเดินทางนั้นต้องนั่งเรื่องบินไปลงที่สนามบินเฉิงตู และนั่งรถบัสอีกประมาณ 9 ชั่วโมงจากสนามบินถึงอุทยาน จิ่วจ้ายโกวเป็นการท่องเที่ยวธรรมชาติที่คุ้นค่าแก่การเดินทางมาเพราะธรรมชาติภายในอุทยานมีความสวยงามมากจนลืมความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางไปเลยทีเดียว ภายในอุทยานจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยทั้งสองฝั่งนั้นภายในอุทยานจะมีการจัดสรรรถบัสไว้ให้ตลอดวันตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เราจะต้องเดินทางโดยรถบัสไปถึจุดสูงสุดของแต่ละฝั่งและเดินไล่ลงมาเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินก็จะมีทั้งทะเลสาป ป่าไม้ น้ำตก และต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี จุดเด่นของจิ่วจ้ายโกวก็คือสีสันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะน้ำที่ใสจนมองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน และน้ำนั้นก็สะท้อนกับสีของท้องฟ้าและเมฆ เงาไม้หลากสีที่โดนแสงแดดและสะท้อนลงบนผิวน้ำใสราวกับกระจก ความสวยงามของน้ำในทะเลสาบของจิ่วไจ้โกว ที่ใสราวกับกระจก จนเกิดเป็นตำนานเล่ากัน เรื่องราวมีอยู่ว่า “เทพบุตรองค์หนึ่งในสรวงสวรรค์เกิดหลงรักนางฟ้าองค์หนึ่ง เทพบุตรองค์นี้ได้มอบของขวัญเพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อนางนางฟ้าชิ้นหนึ่ง ของขวัญนั้นคือกระจกส่องฟ้า เมื่อเทพบุตรมอบกระจกส่องฟ้าให้แก่นางฟ้าและได้บอกความในใจให้นางฟ้าได้รับรู้ถึงความรักที่มีต่อนาง เนื่องจากความรักเป็นสิ่งต้องห้ามบนสวรรค์ นางฟ้าถึงกับตกใจและทำกระจกหล่นแตก……เศษกระจกส่องฟ้าทั้ง 144 ชิ้นต่างร่วงหล่นหลงมาสู่พื้นโลกจนเกิดเป็นทะเลสาบที่แสนงดงามทั้ง 144 แห่งในบริเวณหุบเขาจิ่วไจ้โกวนั่นเอง” ทัศนียภาพของทั้งสองฝั่งก็จะมีความคล้ายกันเพราะแต่ก็มีความต่างในตัวของมันเองระยะเวลาในการเดินชมวิวนี้ใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพื่อที่จะได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวธรรมชาติก็คงจะฟินไม่น้อยกับการที่ได้มาเยือนอุทยานนนี้    

18 Jun '15
”Walk on the Wide Side” Project II by Supachai Pechry

“Walk on the Wide Side” Project II มีภาพถ่ายมากมายที่เกิดจากการเดินทางไปชมสถานที่ต่างๆ บางครั้งภาพนั้นแม้ว่าจะดูว่าสวยงาม ถ่ายมาแล้วถูกเก็บไว้ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อะไร ในบางภาพก็ถูกนำมาเป็นภาพประกอบบทความ เสริมสร้างบรรยากาศใหม่เพิ่มอรรถรสให้กับตัวอักษรเท่านั้น แต่อย่างน้อยภาพถ่ายเหล่านั้นก็มีไว้เตือนความทรงจำว่ากาลครั้งหนึ่งเคยเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งนั้นมาแล้ว ดังนั้นภาพถ่ายจึงเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งและเป็นการจดจำบางส่วนในประวัติศาสตร์แห่งชีวิต อีกครั้งกับการทำงานร่วมกับเพื่อนสนิทที่เคยมีผลงานร่วมกับแบรนด์ VICK’S มาแล้วกับ “ศุภชัย เพ็ชรี่” หรือ ”อาร์ต” วิชวลดีไซน์คนเก่ง ที่ฝากผลงานไว้มากมายกับผลงานที่มีลักษณะเฉพาะตัวและมีสไตล์ที่โดดเด่น เข้าร่วมการสร้างสรรค์ผลงานชุดพิเศษกับVICK’S โดยเลือกคัดลอกความรู้สึกของตัวเองผ่านบทเพลง “The Summer Wind” ของ Frank Sinata ออกมาเป็นผลงานภาพถ่ายที่ชื่อชุดผลงานของเขาเอง เป็นชื่อเดียวกันกับเพลงที่ตัวอาร์ตชื่นชอบเป็นพิเศษ อาร์ตเลือกบรรจุความอ่อนไหวของใบไม้และดอกไม้แบบต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองถนัดลงไปบนงานของเขาอย่างพิถีพิถัน รวมถึงสร้างสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อนเพื่อบันทึกอารมณ์ความรู้สึกของเขาในขณะนั้นร่วมไปกับสภาพแวดล้อมรอบตัวระหว่างการเดินทางของเขาได้อย่างอ่อนโยน จนกลายมาเป็นชุดภาพถ่ายชุดพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบฉบับของอาร์ต ผลงานภาพถ่ายของอาร์ตในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายภาพเพื่อบันทึกเวลา สถานที่ และความทรงจำแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นภาพที่เปิดให้เราได้สัมผัสมุมมองใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันด้วย