The Real Toblerone (Zermatt) by Siwaporn Wongsuwan

นี่เป็นการไปยุโรปครั้งแรก แล้วเป็นช่วงหน้าหนาวพอดี ตั้งใจมากๆว่าต้องเจอหิมะของจริงให้ได้

โจทย์คือ ไปไหนก็ได้ที่ฉากหลังเป็นภูเขามีหิมะ ข้างหน้าเป็นทะเลสาป (โปรดนึกภาพตาม)  แพลน A คือปราสาทนอยชวานสไตน์ แต่ค่าตั๋วเครื่องบินแพงมากๆๆ โครงการนี้เลยโดนพับไป แรกเริ่มเดิมทีไม่ได้มีแพลนที่จะไปสวิสเลย เป็นประเทศนอกสารระบบมากๆ แต่ด้วยความที่ตั๋วถูก(มาก) แล้วพอเสิร์จกูเกิล คือมี scene ที่คิดไว้ในหัว เป๊ะ งั้น.. จองเลยยละกัน 

.

.
.
.
.

 

นี่ แต่ไม่มีใครเตือนเลยว่าสวิสแพงทุกอย่างนะ ยกเว้นตั๋วเครื่องบิน ฮือๆๆๆๆ ด้วยความที่ตั๋วถูกอะนะ เวลาเลยไม่ค่อยดี สนามบินก็ไกลนิดนึง คืนที่ไป เครื่องบินออกเช้ามืดเลยต้องไปนอนรอที่สนามบิน แต่ก็ไม่มีใครบอกอีกแหละว่าต้องนอนรอข้างนอก กลางอากาศ 0 องศา !  พีคตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ! เราบินไปลงเจนีวา เจอราคาน้ำเปล่าขวดแรกเข้าไป SHOCK !

Anyway มันจะต้องคุ้มค่า แล้วก็ขึ้นรถไฟไป zermatt ทันทีที่ landing เลย เค้าบอกว่ารถไฟสายที่เรากำลังนั่งจาก geneve-zermatt ผ่าน lake geneve นี่สวยติดอันดับเลยนะ but who’s care จอง window seat แล้วหลับเลย เพราะ เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนไง !

 

ตื่นมาอีกที วิวที่เห็นคือ #()@($&*%#()$#@_ เห้ย ประเทศนี้ทำไมสวยขี้โกงขนาดนี้ๆๆๆๆ

โรงแรมที่พักก็โรงแรม 2 ดาว อีซี่ๆ แต่ดีพีคคค สมเป็นประเทศการโรงแรม แล้ววิวจากหน้าต่างนี่คืออะไรรร

โอโห โอมายก้อด สวยมาก ทุกอณูของเมือง สวยแบบจะสาดกล้องไปตรงไหนก็ได้ ดีเกินเรื่องไปมากกกก !

 

11-เดินเล่นในเมือง

วันแรกเดินทางมาไกลก็เหนื่อยอะ แค่ไปเดินซุปเปอร์หาของกินดีกว่า ความดีงามคือ คืนนั้นหิมะตก (สมใจอยาก) ทำให้ระเบียงห้องเป็นตู้เย็นดีๆนี่เองเอาเบียร์แช่หิมะที่ระเบียง ระหว่างรอกินสตรอเบอร์รี่ กับมูสชอคโกแลต หืมมมมม…. เราขึ้น matterhorn ด้วยรถไฟ จุดหมายของเราคือสถานีก่อนถึงยอด 

วันที่ขึ้น matterhorn เป็นวันอากาศดี ฟ้าเป็นใจมาก ภาพเมืองที่มองลงมาจากบนเขา คือสวยเหมือนการ์ดคริสมาสยังไงอย่างงั้น

ทุกคนซื้อข้าวมา จะไปนั่งปิกนิกที่ตีนเขา อะนึกภาพตามนะด้านหน้าเป็นทะเลสาบสะท้อนภาพยอดเขาแบบใน googleแต่ไปถึง ขาวโพลนเลย ขาวหมดทุกหนทุกแห่ง ยอดเขาข้างหน้าคือใช่ 

 

แล้วไหนทะเลสาบของชั้นนนนน !?!?!?!?

ถามนายสถานี ได้ความว่า ยูมาถูกที่ละ แต่ผิดฤดู ทะเลสาบอยู่ตรงนี้แหละ แต่อยู่ข้างล่าง ใต้หิมะ

 

ตึ่งงงงงง ! เราเลยได้วิวนี้มาแทน ! อืมม ก็ด้ะ

Share
Random stories
10 Jun '15
The most time in Stockholm by Supachai Pechry

เมื่อมนุษย์เขตร้อนอย่างฉันหลวมตัวตอบตกลงไปเที่ยวสวีเดนในเดือนธันวาฯ ช่วงคริสต์มาส ฉันก็ได้แต่ถามตัวเองว่าจะไหวเหรอ เสื้อผ้าหนาๆอุ่นก็ไม่มี ไขมันรอบพุงก็ไม่เคยสะสม จะหนาวตายกลายเป็นศพแช่แข็งถูกส่งกลับประเทศไหม แต่เพื่อให้ได้เห็นแสงเหนือสิ่งที่อยากเห็นก่อนตาย จะหนาวแค่ไหนก็จะสู้แถมต่อไปจะได้มีเรื่องไว้คุยอวดคนอื่นเค้าได้ว่าหนาวแค่นั้นน่ะไม่เท่าไหร่หรอก ฉันเคยเจอมาหนาวกว่านี้อีก แต่อากาศหนาว -30 นี่มันหนาวขนาดไหนนึกไม่ออกจริงๆ แม้แต่ชาวสวีเดนเองก็ใบ้กินบอกได้แค่ว่าหนาวมาก ถามใครใครก็นึกไม่ออก มีแต่จะบอกว่าคนไทยอย่างฉันคงหนาวตายตั้งแต่ -10 แล้วล่ะ ฉันไปยุโรปมาก็หลายครั้งแล้ว แต่ก็มักจะหาเรื่องไปเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือไม่ก็ฤดูร้อน เมืองก็สวยผู้คนก็อารมณ์ดี อากาศแจ่มใส ฉันชอบเดินทางแบบสบายตัวไม่ต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆหลายชั้นกระเป๋าก็เบาแถมมีน้ำหนักเหลือให้พอซื้อของกลับมาได้อีก แต่ทริปที่ไปสวีเดนคราวนี้นี่สิฉันต้องเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าตั้งหลายตัวทั้งๆที่เตรียมไปเผื่อหนาวเต็มที่แต่ทำไงได้ขนกระเป๋าไปได้แค่ 20 กิโลกรัม ถ้าไปถึงแล้วดูท่าจะไม่รอดจริงๆ ค่อยไปหาซื้อเอาใหม่ข้างหน้า ไม่กี่วันก่อนเดินทางเพื่อนๆที่สวีเดนต่างบ่นกันถึงอากาศที่เลวร้ายของสต๊อกโฮล์ม ทั้งอากาศที่หนาวติดลบ ฝนตกทั้งอาทิตย์ แดดก็ไม่มี ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันมานานหลายเดือน ฉันยอมรับว่ากำลังใจฝ่อไปเยอะเหมือนกันแดดเป็นเหมือนพลังงานชีวิตของฉันนี่ถ้าไปแล้วไม่เจอแดดเลยจะทำยังไงไม่เหงาตายเหรอ แต่จะให้กลับใจทิ้งตั๋วก็ไม่ทันแล้ว กว่าจะได้วีซ่ามานี่ไม่ง่ายนะ คนทำอาชีพฟรีแลนซ์อย่างฉัน ขอวีซ่าแต่ละทีเอกสารหนาเหมือนทำวิทยานิพนธ์ ฉันใช้เวลา 13 ชั่วโมง ที่แสนอึดอัดบนเครื่องบินชั้นประหยัด เพื่อมาถึงสต๊อกโฮล์ม อากาศหนาวน้อยกว่าที่คาดเพราะหิมะตกไปตั้งแต่คืนก่อนหน้าแล้ว โชคดีที่โรงแรมเราอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเท่าไหร่ จึงไม่ต้องเดินไกล นี่ขนาดไม่ไกลแต่ฉันก็ลื่นไปหลายรอบ ก่อนหน้านี้ฉันบ่นเอาไว้มากว่าค่าโรงแรมแพงไปโรงแรมไม่เห็นต้องอยู่ใกล้ขนาดนี้ก็ได้ ไกลแค่ไหนก็เดินไหว อยากประหยัดเงิน แต่เชื่อเถอะถ้าไปเที่ยวที่ไหนที่อากาศหนาวๆการได้ถึงที่พักอุ่นๆแบบทันใจโดยเฉพาะในคืนแรกถึงจ่ายแพงอีกหน่อยก็คุ้มกว่าเยอะ ฉันอยู่สต๊อกโฮล์ม 5 วัน ไม่ได้วางแผนการท่องเที่ยวอะไรเลย เพื่อนถามว่าอยากดูอะไรก็ตอบไม่ได้ […]

10 Nov '15
“The Scene of Strangers” (Indonesia) by Vick’s crew

การเดินทางสุดแสนกระทันหันของพวกเรา เริ่มขึ้นด้วยการนัดเจอกันที่สนามบินดอนเมือง กับความรู้แค่ว่า Bromo สวยมาก ละ Kawah Ijien คืออัลลัย แล้ว บาหลีก็ผีดุ โดยไม่ได้มีใครรู้ถึงรายละเอียดการเดินทาง กินอะไร นอนที่ไหน คือไม่รู้อะไรเลย คือพวกเราเป็นแค่ผู้ตาม เพราะฉะนั้น เรามีหน้าที่แค่ เดินตาม ตื่นเต้น และถ่ายรูป!!   Mount Bromo Bromo Bromo Bromo ฮะอะไรนะ!! มันคือที่ไหนกัน ทำไมถึงอยากไปกันขนาดนั้น รีวิวหลายภาพผ่านสายตามาหลายรูปภาพแสงพระอาทิตย์ผ่านส่องภูเขาไฟทีมีเมฆหมอกหนาลอยผ่านเป็นภาพที่ดึงดูดมากในเหล่าบรรดาแก๊งนักท่องเที่ยว(เพื่อนๆพี่ๆในออฟฟิศเนี่ยแหละ)ตอนแรกในใจคิดอืมน่าสนใจมากนะแต่คงไม่น่าได้ไปชัวร์ ดูเป็นการผจญภัยที่แสนจะต้องอดทน  แต่ในสถานการณ์ที่โดนทั้งภาพและเสียงเป็นการเกลี้ยกล่อมที่เอนเอียงว่า ” ไปเถอะ ครั้งเดียวในชีวิต ” โอเคๆเลยตัดสินใจไปอย่างยินดีเลย ภูเขาไฟ Bromo ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโบรโมเทงเกอร์สุเมรุ (Bromo Tengger Semeru National Park) ในทางตะวันออกของเกาะชวา ซึ่งปัจจุบันภูเขาไฟแห่งนี้ยังคุกรุ่นอยู่แม้ภูเขาแห่งนี้จะไม่ใช่ลูกที่สูงที่สุดของอินโดนีเซียก็ตาม แต่โบรโมก็เป็นภูเขาไฟที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด หลักฐานทางภูมิศาสตร์ของประเทศอินโดนิเซียบอกไว้ว่าทั้งประเทศมีภูเขาไฟทั้งสิ้นรวม 400 ลูก และมีประมาณ70-80 ลูก ซึ่งพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเวลาขึ้นชื่อว่าใกล้ภูเขาไฟแต่ทำไมอากาศจะเย็นเยือกอะไรขนาดนั้น เช้าของการผจญภัยที่แรก […]