The Great Ocean Road (Victoria Australia) by Pimpisa Jiratiwat

หากใครไปรัฐ Victoria Australia สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ The Great Ocean Road เป็นแนวถนนริมชายฝั่งในรัฐ Victoria มีความยาวทั้งหมด 243 กิโลเมตร โดยระหว่างทางจะพบกับธรรมชาติที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจไปตลอดการเดินทาง รวมถึงหิน limestone ที่ถูกลมและน้ำกัดเซาะจนเป็นรูปทรงต่างๆ  ถนนสายนี้จะพาเราผ่านเข้าไปยัง Great Otway National Park อุทยานแห่งชาติที่เป็นป่าฝนเก่าแก่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่มีอายุยืนยาวสูงสุดสายตาซึ่งบางต้นเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย

5 Steps to the Plain

1.Dream, read, listen then get on the plane.

แรงบันดาลใจเริ่มมาจากการ pinterest รูปภาพสถานที่ท่องเที่ยวเก็บไว้ ประกอบกับเพิ่งเรียนจบจากสถาปัตย์จุฬาพอดี แพร์อยากลองไปออสเตรเลียซักครั้งเพราะที่ผ่านมาเคยไปแต่อเมริกา หรือ ยุโรป แล้วออสเตรเลียเป็นประเทศ(ทวีป)ที่มีธรรมชาติที่น่าสนใจเยอะมาก คิดว่าไปครั้งนี้คงต้องคุ้มแน่ๆทั้ง Great Barrier Reef แล้วก็ The Great Ocean Road ด้วยค่ะ

2.Select your team with care

ทริปนี้ไปกับรุ่นพี่ที่สนิทกันมากๆ เหมือนเป็นพี่สาวแท้ๆเลย ชื่อพี่จ๋า จริงๆพี่จ๋าเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับimportเครื่องสำอางจากออสเตรเลียทำให้รู้ที่ซื้อของกับที่เที่ยวเด็ดๆ รวมถึงเราสองคนอยากไปช้อปlocal brand ของออสเตรเลียด้วย อีกอย่าง พี่จ๋าเป็นช่างภาพและแพร์ก็เริ่มบ้าถ่ายรูป เลยคิดว่าต้องหาสถานที่เที่ยวที่คนไทยไม่ค่อยไปกัน (ก็คือ The Great Ocean Roadนี่แหล่ะ) ประเด็นคือไม่อยากมีรูปใน ig ซ้ำกับคนอื่น

3. Choose motto to live by

“Remember that happiness is a way of travel – not a destination.” – Roy M. Goodman  ” โปรดจำไว้ว่า ความสุขของการเดินทางเกิดขึ้นระหว่างทางที่ไป ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง “
เพราะระหว่างการเดินทางการท่องเที่ยวที่ The Great Ocean Road ครั้งนี้ตลอดเส้นทางสาย Great Ocean Road คดเคี้ยวเลียบชายฝั่ง Southern Ocean  จาก Geelong ไป Portland มีธรรมชาติที่สวยงามทั้งวิวจากทะเล เราสามารถถ่ายภาพสวยๆ ได้ตลอดทาง แค่นั่งรถเล่นบนถนนสายนี้ก็คุ้มค่าแล้วค่ะ

4.Do something out of itinerary

ระหว่างทริปนี้ส่วนใหญ่จริงๆหมดเวลาไปกับการเดินทาง เพราะ The Great Ocean Road อยู่ค่อนข้างไกลจาก Melbourne แต่ระหว่างทางวิวสวยมาก ถ่ายรูปตรงไหนก็สวยไปหมด แต่ที่ประทับใจที่สุดคือการขึ้น Helicopter ดูวิวของ The Twelve Apostles (หินLimestoneที่ถูกน้ำและลมกันเซาะ) มันสวยมากๆๆๆจนทำอะไรไม่ถูกเลย

5.Stop complaining, Do something and Let it be!

โชคดีทริปนี้ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมาก เพราะพี่จ๋าผู้ร่วมทริปน่ารักมากๆช่วยเหลือกันตลอด ส่วนใหญ่ปัญหาที่พบเวลาไปเที่ยวคือมักจะผิดใจกันกับเพื่อนที่ไปด้วย เพราะต้องมาอยู่ด้วยกัน24ชั่วโมง วิธีแก้ปัญหาง่ายๆคือมีอะไรก็พูดกันตรงๆ และอย่าเอาแต่ใจตัวเองมากเกินไป

Where to go : The Great Ocean Road เป็นอะไรที่ต้องไปมากๆถ้าแวะมาเที่ยว Melbourne แนะนำเป็น One Day Trip แต่ถ้ามีเวลามากหน่อยก็ 2 วันเต็มๆไปเลย จะได้ไม่พลาดทุกจุดชมวิว

What to do : จะเช่ารถขับเองก็ได้ หรือจะใช้บริการทัวร์ สิ่งที่ห้ามพลาดคือ The Twelve Apostles, The Gibson Steps, London Arch, The Grotto อย่าลืมเผื่อเวลานั่ง Helicopter ชมวิว The Twelve Apostles ด้วย

Where to stay : ถ้า One Day Trip แนะนำอยู่ใน Melbourne ก็ได้ โรงแรมที่แพร์ชอบคือ Adelphi Hotel อยู่บริเวณ Flinders Lane แถวนั้นมีคาเฟ่เก๋ๆเยอะมาก รวมไปถึงร้านเสื้อผ้า Local Brand สวยๆเพียบเลยคะ

How to get there : จะใช้บริการทัวร์ก็ได้หรือ Private Car แนะนำ www.greatoceanroadautotours.com.au คนขับใจดีและน่ารักมาก

 

DSC02609

DSC02614

IMG_5906

Processed with VSCOcam with a6 preset

IMG_5949

IMG_5950

IMG_5957

IMG_5967

IMG_5998

 

 

 

 

 

 

 

Share
Random stories
29 Aug '16
Death Valley ,USA by Fern Chonchaya

เรามีโอกาสได้ไปแวะเที่ยวฝั่ง West Coast ของอเมริกา ทริปนี้สมาชิกมีเพียงเราและเพื่อนอีก2คน การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่แทบจะไม่ได้ปรึกษาใครเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางการขับรถ, ที่พักหรือ spot ต่างๆที่ควรแวะ จุดหมายแรกเริ่มต้นที่ซานฟรานซิสโก เราเช่ารถจากที่นั่นและขับแวะตามเมืองต่างแบบวนตามเข็มนาฬิกาจนไปจบที่แอลเอ เรามีเวลาทั้งหมด12วัน ซึ่ง ณ ตอนนั้นคือมีสถานที่ที่อยากไปเยอะมากกว่าเวลาที่มี จนต้องมาคุยกันว่าเราจะตัดใจตัดที่ไหนออกไป เพื่อทำให้ตารางการเดินทางไม่แน่นและทำเราเหนื่อยกันจนเกินไป พวกเราเริ่มหาข้อมูลของแต่ละสถานที่ในลิสต์ที่วางไว้คร่าวๆ ต้องยอมรับเลยว่าตัวเลือกแรกที่เรากับเพื่อนเลือกตัดคือ ‘Death Valley’ โดยคิดว่าน่าจะเสียดายน้อยที่สุดถ้าพลาดไม่ได้ไป เพราะจากรูปภาพที่เจอใน Google ที่นี่ดูเป็นสถานที่ที่ไม่น่าจะมีอะไรน่าสนใจมากมายนัก ดูเป็นแค่เพียงที่ว่างเปล่ากว้างๆโล่งๆ ร้อนและแห้งแล้งมากจนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืช แต่สุดท้ายแล้วเราตัดใจไม่ลง ยอมที่จะนอนน้อยและรวบตึงแพลนมากขึ้นเพื่อให้ได้ไปที่นี่ “เฮ้ย! ตื่นๆ ตื่นมาดูวิวก่อนนน..” เพื่อนเราที่เป็นคนขับรถตะโกนปลุกเรากับเพื่อนอีกคนที่เผลอหลับไประหว่างทางจาก Yosemite National Park ไปยัง Death Valleyในเช้าตรู่วันนึง ภาพแรกที่มองออกไปนอกหน้าต่างรถ คือมันสวยมากกกกกกกกก.. สวยงามมากจริงๆ เราทั้งสามอึ้งในความสวยงามของสิ่งที่เห็นข้างหน้า เส้นถนนที่ตัดตรงเป๊ะ ท้องฟ้าที่สีฟ้าสดในวันที่แดดจ้า พร้อมกับวิวธรรมชาติสองข้างถนนที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามลักษณะภูมิประเทศ มีทั้งเป็นภูเขา ผาหิน จนไปถึงพื้นที่กว้างราบเรียบที่มองได้ไกลจนสุดตา พืชพรรณ และต้นไม้ตามทางไม่คุ้นตานัก ช่วงเวลานั้นความง่วงและความล้าหายไปหมดเลย พอเข้าไปถึงตัวอุทยานแห่งชาติ […]

10 Nov '15
“The Scene of Strangers” (Indonesia) by Vick’s crew

การเดินทางสุดแสนกระทันหันของพวกเรา เริ่มขึ้นด้วยการนัดเจอกันที่สนามบินดอนเมือง กับความรู้แค่ว่า Bromo สวยมาก ละ Kawah Ijien คืออัลลัย แล้ว บาหลีก็ผีดุ โดยไม่ได้มีใครรู้ถึงรายละเอียดการเดินทาง กินอะไร นอนที่ไหน คือไม่รู้อะไรเลย คือพวกเราเป็นแค่ผู้ตาม เพราะฉะนั้น เรามีหน้าที่แค่ เดินตาม ตื่นเต้น และถ่ายรูป!!   Mount Bromo Bromo Bromo Bromo ฮะอะไรนะ!! มันคือที่ไหนกัน ทำไมถึงอยากไปกันขนาดนั้น รีวิวหลายภาพผ่านสายตามาหลายรูปภาพแสงพระอาทิตย์ผ่านส่องภูเขาไฟทีมีเมฆหมอกหนาลอยผ่านเป็นภาพที่ดึงดูดมากในเหล่าบรรดาแก๊งนักท่องเที่ยว(เพื่อนๆพี่ๆในออฟฟิศเนี่ยแหละ)ตอนแรกในใจคิดอืมน่าสนใจมากนะแต่คงไม่น่าได้ไปชัวร์ ดูเป็นการผจญภัยที่แสนจะต้องอดทน  แต่ในสถานการณ์ที่โดนทั้งภาพและเสียงเป็นการเกลี้ยกล่อมที่เอนเอียงว่า ” ไปเถอะ ครั้งเดียวในชีวิต ” โอเคๆเลยตัดสินใจไปอย่างยินดีเลย ภูเขาไฟ Bromo ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโบรโมเทงเกอร์สุเมรุ (Bromo Tengger Semeru National Park) ในทางตะวันออกของเกาะชวา ซึ่งปัจจุบันภูเขาไฟแห่งนี้ยังคุกรุ่นอยู่แม้ภูเขาแห่งนี้จะไม่ใช่ลูกที่สูงที่สุดของอินโดนีเซียก็ตาม แต่โบรโมก็เป็นภูเขาไฟที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด หลักฐานทางภูมิศาสตร์ของประเทศอินโดนิเซียบอกไว้ว่าทั้งประเทศมีภูเขาไฟทั้งสิ้นรวม 400 ลูก และมีประมาณ70-80 ลูก ซึ่งพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเวลาขึ้นชื่อว่าใกล้ภูเขาไฟแต่ทำไมอากาศจะเย็นเยือกอะไรขนาดนั้น เช้าของการผจญภัยที่แรก […]