therankway.com
Sam Pan Boak by Aurapraphan Sudhinaraset

เคยอยากไปที่ไหนมานานแล้ว แล้วไม่มีเพื่อนไปมั๊ย
สามพันโบก ถือว่าเป็นที่ที่อยากไปมานานมาก ตั้งแต่เรียนปี 2 จนตอนนี้ อีกสองปีจะ สี่สิบ เพิ่งได้ไป
เนื่องจากคำว่า “อีสาน” ทำให้ ชวนใครไป คำตอบที่ได้มาคือ “ร้อน” ทำให้ภาพที่จะใส่ชุดว่ายน้ำ สีแดง อยู่กลางร่องหิน แอ่งน้ำเรียงตัวกัน ต้องล่มสลายไปเป็นประจำ
และแล้ว
เรื่องเที่ยวนี่ก็เหมือนพรหมลิขิต เมื่อเจอคนที่ใช่ ทุกอย่างมันก็จะพาไปเอง

19.30 หน้าหัวลำโพง นี่มานั่งรอเพื่อนอยู่ร้านเบียร์วุ้น เนื่องด้วยคุณหนึ่ง (แฟนจ๋า) ต้องตุน แอลกอฮอลเข้าร่างก่อนขึ้นรถไฟ “เดี๋ยวนี้รถไฟเค้าไม่ให้เรากินเหล้าแล้ว ตั้งแต่มีข่าวข่มขืน” โบโซ่ พูดขึ้น

มองไปรอบๆ คิดในในว่านี่เราก็เหมือนนั่งอยู่สถานีรถไฟที่ ฮานอย เหมือนกันนะเนี่ย มีแต่ฝาหรั่งรายล้อมนั่งกินเบียร์ ริมถนน เต็มไปหมด บรรยากาศเริ่มมา ไม่นาน แขก และ บิ๋ม มาถึงพร้อม Backpack สีดำรุ่นใหม่มือขวาถือกล่องโฟมเก็บความเย็น
มองไปที่ นาฬิกาหัวลำโพง เห๊ย นี่มันสามทุ่มแล้ว กรี๊ดด ไรวะ นั่งกินเบียแปปเดียว คือรถไฟ ออก สองทุ่มครึ่งไง กดมือถือ เชคเวลา ห่า นี่เพิ่งจะสองทุ่ม นี่มัน  ไอ้ฝรัด  นาฬิกาหัวลำโพง เสีย เดินเร็วไปเกือบชั่วโมง สวัสดีประเทศไทย
สุดท้าย มุก เมเดล เปาและน้องแคท ปรากฏกาย พร้อมคำถามว่า เองตุนเบียร์ยัง? เอ้อออ คอเบียร์

เอาเป็นว่า ลุกเหอะ ตอนนี้ ทุกคนมาครบแล้ว เรามีสมาชิกทริปนี้ทั้งหมด 10 คน พร้อมขึ้นรถไฟ ขบวน กรุงเทพ – อุบลราชธานี  รถไฟความเร็วสูงขบวนใหม่เอี่ยมที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เพิ่งลงทุนซื้อมาหมาดๆ

เปิดตามา 7โมงเช้า คือโดนปลุกจาก กริ๊ปแมน (นายตรวจ) พร้อมกับเสียงประกาศสำเนียง ญี่ปุ่น ว่าอีก 15 นาทีจะถึงสถานีปลายทาง เรามาถึงสถานีรถไฟ อุบลราชธานี 8.30 น ตรงเวลาเป๊ะ

ขอเล่าแบบไม่พิรี้ พิไร ไปถึงที่อื่นนะคะ เพราะนางเอกของทริปคือ สามพันโบก

เราไปถึง โรงแรมซึ่งห่างจากสามพันโบก ประมาณ 15 กิโล ตอนบ่ายต้นๆ คืออยากจะบอกคนที่วางแผนจะไปเที่ยวซักนิดว่า ทำตัวแก่ๆ หน่อย ไม่ต้องขยันมาก พักผ่อนซักนิด นอนหลับคนละตื่น สอง ตื่น แล้วค่อยออกเที่ยว คือแดดอ่ะ มันแผดเผาไง ออกไปก็จะไม่สนุกซะเปล่าๆ มีรุ่นน้องเพิ่งไปมา ออกไปตอนเที่ยง บ้าแล่ว นอกจากจะร้อนมากแล้ว รูปก็ยังไม่สวยด้วย
เจ้าหน้าที่โรงแรมเดินมาบอกว่า วันนี้พระอาทิตย์จะตกเวลา 18 นาฬิกา 36 นาที เลยมองหน้ากัน ป่ะ ออก ตอนนั้น ประมาณ บ่าย 4 โมงครึ่ง เราตัดสินใจกันว่าจะไปสามพันโบกกันทางเรือ เราลงเรือที่หาดสลึงล่องเรือในแม่น้ำโขง ดูเกาะแก่ง หินต่างๆ บิ๊วกันมาตลอดทาง (เรือลำละ 800บาท) ไปทางทิศเหนือก่อน แล้วก็ย้อนลงมาทิศใต้ ที่แรกที่เราขึ้น เรียกว่า  ต่อด้วยหาดหงส์ และสุดท้าย สามพันโบก ปังในปัง ให้รูปเล่าเรื่องเองดีกว่า

Screen Shot 2017-03-30 at 11.10.35 AM

5imuSCjE6zySPmRy_q9C9ZSMEMGFhN7AMxVRlpKNvGngjUxeY3umyVVUMTthQekOSPk9ZQ=w1531-h1025

Screen Shot 2017-04-03 at 2.43.50 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.44.05 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.44.33 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.44.39 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.44.47 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.54.56 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.54.50 PM

Sni-EZeeUemv4OFM5wsBTdOQSWKVxw6FIHWydbIS7T_nmeCsRlpM9cHLP0gDBMgV-EHUZA=w1531-h1025

Screen Shot 2017-04-03 at 2.45.52 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.45.57 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.46.02 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.46.08 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.46.15 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.54.21 PM

Screen Shot 2017-04-03 at 2.54.26 PM

 

Share
Random stories
19 Dec '15
“The Land of The Northern Lights, Iceland” by Chanikarn Ruangrajitpakorn

Iceland เป็นประเทศที่มีลักษณะเป็นเกาะ ถ้ากางแผนที่ออกมาก็จะเห็นว่าอยู่ระหว่างทวีป America และ Europe และอาจจะเป็นที่ที่ใครใครฝันถึง เราก็เป็นคนนึงที่ฝันว่าอยากมาเที่ยว Iceland เพราะว่าอยากเห็นแสงเหนือ หรือแสงออโรร่า (Aurora Borealis) ที่จะสามารถเห็นได้เฉพาะประเทศแถบขั้วโลกเหนือ เช่น Greenland, Norway, Finland, Iceland และบางทีใน Scotland มีคนเคยบอกว่าจะต้องโชคดีมากๆ ถ้าได้เห็นแสงเหนือ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่จะทำให้มองเห็น หรือมองไม่เห็นแสงเหนือ เช่น เมฆ ฝน แสงจันทร์ หรืออื่นๆ รวมทั้งดวง มาครั้งนี้เลยคิดว่า ถ้าไม่ได้เห็นก็ไม่เป็นไร แค่เสียใจ แต่ถ้าได้เห็นก็จะดีใจและฟูลฟิลชีวิตสุดๆ เหมือนได้ขีดค่าหนึ่งใน bucket list ออกไปหนึ่งบรรทัดเลยซื้อทัวร์ The Land of Northern Lights แบบ 5 วัน 4 คืน รวมอาหารเช้า ที่พัก รถบัส และ airport transfer […]

10 Oct '14
Tiny plant life

เวลาไปเดินตลาดต้นไม้ ฉันมักจะตกหลุมรัก พันธุ์ไม้อวบน้ำที่มีหลากหลายสายพันธุ์สีสันและรูปทรง รวมไปถึงผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน บางพันธ์ุ ลักษณะเป็นผิวมัน เพื่อป้องกันการคายน้ำออกจากลำต้นอย่าง succulent บางพันธุ์มีหนามแหลมคมเพื่อป้องกันสัตว์มากัดกินแบบแคคตัสหรือกระบองเพชร ที่สำคัญไม้เหล่านี้ดูแลง่ายมาก เหมาะกับสาวยุคใหม่ที่ไม่ค่อยมีเวลา ไม่ต้องประคบประหงมมาก คือเลี้ยงแบบ ” เลี้ยงบ้างไม่เลี้ยงบ้าง ” แถมไม่ต้องรดน้ำเช้าเย็นอีกด้วย ( แค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ) ฉันเลยชอบซื้อไม้เหล่านี้มาปลูกในกระถางใบเล็กไว้ดูเพลินๆ วางตกแต่งไว้ที่มุมต่างๆก็ทำให้บ้านสดชื่นและดูมีสีสันขึ้นด้วย  แต่กระถางที่ซื้อมาจากร้านค้า หน้าตามักไม่ค่อยจะแตกต่างกันเท่าไร ดูนานๆก็เริ่มเบื่อ ฉันเลยเริ่มหาไอเดียที่จะนำของเหลือใช้หรือของสะสมจากในห้องครัวมาทำเป็นภาชนะปลูกแทน ซึ่งเป็นได้ทั้งกล่องชาสวยๆ กล่องปลากระป๋องพิมพ์ลายเก๋ๆ หรือกระป๋องเปล่าเอามาตกแต่งริบบิ้น รวมไปถึงแก้วชาวินเทจ หม้อทองเหลืองใบเล็กจากตลาดของเก่า เพราะแค่ภาชนะสวยก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ  เมื่อฉันเลือกภาชนะชิ้นใหม่ได้แล้ว ก็ถึงเวลาย้ายบ้านให้แคคตัส วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมจะมีดินทราย ซึ่งสามารถซื้อจากร้านขายแคคตัสและ succulent ได้เลย คนขายเขาผสมแบ่งขายเป็นถุงไว้แล้วค่ะ นอกจากนั้นก็จะมีขุยมะพร้าว , หินก้อนใหญ่ และกรวดสำหรับโรยหน้า  โดยเริ่มจากใส่หินก้อนใหญ่ลงไปในภาชนะใบใหม่ก่อน ตามด้วยกาบมะพร้าว แล้วตามด้วยดิน หลังจากนั้นเอาแคคตัสออกจากกระถางเดิม ค่อยๆเคาะที่ก้นกระถาง เอาดินที่อยู่รอบๆออก ทำอย่างเบามือนะคะ ระวังอย่าให้รากช้ำ อาจเอากระดาษห่อที่ต้นไว้ก่อนก็ได้ค่ะ เพื่อป้องกันความคมจากหนาม […]

Gentle Weight