Roller coaster trip to Spain and Portugal/2016 By Chanaradee Chatrakul Na Ayudhya

วันที่ฉันแพ็คของใส่กระเป๋า ฉันยังไม่รู้ว่ากำลังพาตัวเองไปขึ้นรถไฟเหาะ ฉันรู้แต่เพียงว่าจุดประสงค์หลักคือการไปทำงานและแสดงงานศิลปะ (โครงการ artist in residence) 1 เดือนที่สเปน และถือโอกาสเที่ยวแถวๆนั้นอีกซักเดือน  โดยมี เต่า  วีซ่า  Alizee และ Guillaume มาร่วมแจมช่วงท้ายทริป ระหว่างการเดินทางมีเรื่องทั้งดีและไม่ดีให้ประทับใจซะหลายอย่างจน short note ออกมาได้ประมาณนี้

000024

  • สเปน กับ โปรตุเกส เท่าที่ฉันได้สัมผัสมาเป็นสองประเทศที่มีนิสัยโจ๊ะที่สุดในยุโรป / ตลก มีสีสัน ผู้คนโหวกเหวกโวยวายแต่เป็นมิตร
  • แฟลทที่พักใน Barcelona  ไม่มีกลอนประตูห้องน้ำ/เป็นประสบการณ์การอาบน้ำที่น่าหวาดเสียวที่สุด

000012-2

000018

  • ชมงานของ Antoni Gaudí ที่เคยเห็นแต่ในหนังสือ ( Park Guell, Casa Batllo, Casa Mila) ได้เห็นของจริงซักที

dsc01689

  • ชมงานใน Picasso museum/ ชอบที่ได้ดูพัฒนาการในช่วงที่ ปิกัซโซ่ ค้นหาสไตล์ตัวเอง ซึ่งมันไม่ง่ายเลย

000009

000012

  • ชอบย่าน Gracia ใน Barcelona เป็นย่านที่มี independent shop น่ารักๆเยอะมากและทัวริสต์น้อยลง

scan5

  • Mercat dels Encants เป็นตลาดของเก่าที่มีสเน่ห์ และ ไม่มีฟอร์มเลย ถ้าเปรียบกับตลาดในไทยก็คงเป็นคลองถม ไม่ใช่จตุจักร 

000025

  • ปรับตัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้เพราะกำแพงทางภาษา(เพราะพูดสเปนไม่ได้) และช่องว่างระหว่างวัยกับเพื่อนๆในสตูดิโอ (เนื่องจากเด็กสุด) ทำเอาเสียน้ำตาไป 2 ครั้ง จิตตกอยู่พักใหญ่จนพ่อบอกว่า ” nothing is worth it, if you aren’t happy. “
  • การได้แชร์สตูดิโออยู่กับ artist อีก 2 คนจาก 2 ประเทศทำให้เราได้เปิดมุมมองในหลายๆด้านมากขึ้น
  • ฟราน เพื่อนจากชิลี ซึ่งอายุมากที่สุดในแฟลทที่โรต้า ชอบเก็บของที่คนทิ้งตามชายหาดมาสร้างงานศิลปะ และเป็นคนที่ค่อยห่วงใยดูแลทุกคนเหมือนคุณแม่ จนช่วงหลังฉันเรียกเธอว่า Mamafran

000034-2

screen-shot-2017-01-11-at-4-13-48-pm

Screen Shot 2017-01-12 at 10.54.43 AM

screen-shot-2017-01-11-at-4-15-42-pm

screen-shot-2017-01-11-at-4-15-38-pm

  • เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เพ้นท์งานใหญ่ 10 ชิ้นใน 1 เดือนโดยที่ใช้เวลากับมันเต็มๆ ไม่มีอย่างอื่นมารบกวน

000015-2

000039

  • การได้อยู่ใน Rota เมืองติดทะเลและความเหงาในบางวันทำให้ฉันตกหลุมรักการนั่งมองพระอาทิตย์ตก
  • อัลเล่ เพื่อนโปแลนด์พาไป Flamingo Bar ซึ่งมีวงเล่นสด เป็นโชว์ที่ประทับใจที่สุด
  • นอนค้างที่สนามบินลิสบอน คนเดียวครั้งแรก

000026

000019

000020

  • ได้ไปเปิดคอนเสิร์ตริมทะเลตอนเที่ยงคืน ร้องเพลงเก่าๆกับเต่า 
  • มีนักดนตรีเปิดหมวกที่น่าประทับใจหลายคนซึ่งบรรเลงเพลงโดยมีฉากหลังเป็นวิวบ้านลดหลั่นตามหุบเขา ดูเพลินกว่าไปบางคอนเสิร์ตซะอีก
  • ได้เรียนรู้ว่า อยากทำอะไรให้ลองทำไปเถอะ ถ้าไม่มีใครเดือดร้อน เพราะเอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้มีใครสนใจเรามากขนาดนั้น ทำอะไรให้มั่นใจไปเลยดีกว่ามาเสียใจทีหลัง

000001

  • ร้องคาราโอเกะเซทเพลง The Beatles กับ อัลเล่ และ ฟราน หลังกลับจากร้านชิลริมทะเลใน Rota ชื่อว่า Azucar de Cuba

screen-shot-2017-01-11-at-4-20-41-pm

  • Flea market ใน Jerez มีชุดเต้น flamingo เก่าราคาถูก น่าซื้อมาก

Screen Shot 2017-01-12 at 10.54.56 AM

  • การไป Flea market แทบทุกอาทิตย์ทำให้หลงไหลในของเก่ามากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะพวกจดหมายและโปสการ์ดเก่า
  • เจ้าของแฟลทที่พักใน Seville เป็นนักดนตรีวงร๊อกซึ่งฉันเพิ่งมารู้ที่หลังว่าเค้าค่อนข้างมีชื่อเสียงที่นั่น
  • การเดินเลียบริมแม่น้ำ Douro ในPorto คือวิวที่สวยและชิลที่สุด
  • ค้นพบโกดังของเก่าใน Porto ชื่อว่า Armazem ซึ่งตอนนั้นเค้าเปิดเพลง christmas ทำให้บรรยากาศดีขึ้นไปอีก

 

การเดินทางครั้งนี้มันเหมือนตอนที่รถไฟเหาะแกล้งขับช้าๆหลอกเราในตอนแรก แต่ยังไม่ทันไรก็ไต่ขึ้นไปสูงปริ๊ดและเหาะลงมาสุดทาง ก่อนจะเหินขึ้นไปใหม่อีกครั้ง ทั้งกลัว ทั้งเสียวทำเอาแทบอ้วกแต่กลับรู้สนุก และที่สำคัญพอลงมาแล้วดันอยากกลับขึ้นไปเล่นอีกหลายๆรอบซะอย่างนั้น

 

Share
Random stories
28 Jan '16
Jiuzhaigou 九寨沟 (China) by Thanutporn Ajchariyakulporn

” ถึงจะห่างไกลความสะดวกสบาย ถ้าเป็นไปได้ ประเทศจีน ดูเหมือนเป็นที่เกือบสุดท้ายที่จะเลือกไปเที่ยว ” หากเราเป็นอีกหนึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ในแนวน้ำตกหรือว่าขุนเขา จิ่วจ้ายโกว( Jiuzhaigou ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศจีน อยู่ในมณฑลเสฉวน การเดินทางนั้นต้องนั่งเรื่องบินไปลงที่สนามบินเฉิงตู และนั่งรถบัสอีกประมาณ 9 ชั่วโมงจากสนามบินถึงอุทยาน จิ่วจ้ายโกวเป็นการท่องเที่ยวธรรมชาติที่คุ้นค่าแก่การเดินทางมาเพราะธรรมชาติภายในอุทยานมีความสวยงามมากจนลืมความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางไปเลยทีเดียว ภายในอุทยานจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยทั้งสองฝั่งนั้นภายในอุทยานจะมีการจัดสรรรถบัสไว้ให้ตลอดวันตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เราจะต้องเดินทางโดยรถบัสไปถึจุดสูงสุดของแต่ละฝั่งและเดินไล่ลงมาเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินก็จะมีทั้งทะเลสาป ป่าไม้ น้ำตก และต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี จุดเด่นของจิ่วจ้ายโกวก็คือสีสันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะน้ำที่ใสจนมองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน และน้ำนั้นก็สะท้อนกับสีของท้องฟ้าและเมฆ เงาไม้หลากสีที่โดนแสงแดดและสะท้อนลงบนผิวน้ำใสราวกับกระจก ความสวยงามของน้ำในทะเลสาบของจิ่วไจ้โกว ที่ใสราวกับกระจก จนเกิดเป็นตำนานเล่ากัน เรื่องราวมีอยู่ว่า “เทพบุตรองค์หนึ่งในสรวงสวรรค์เกิดหลงรักนางฟ้าองค์หนึ่ง เทพบุตรองค์นี้ได้มอบของขวัญเพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อนางนางฟ้าชิ้นหนึ่ง ของขวัญนั้นคือกระจกส่องฟ้า เมื่อเทพบุตรมอบกระจกส่องฟ้าให้แก่นางฟ้าและได้บอกความในใจให้นางฟ้าได้รับรู้ถึงความรักที่มีต่อนาง เนื่องจากความรักเป็นสิ่งต้องห้ามบนสวรรค์ นางฟ้าถึงกับตกใจและทำกระจกหล่นแตก……เศษกระจกส่องฟ้าทั้ง 144 ชิ้นต่างร่วงหล่นหลงมาสู่พื้นโลกจนเกิดเป็นทะเลสาบที่แสนงดงามทั้ง 144 แห่งในบริเวณหุบเขาจิ่วไจ้โกวนั่นเอง” ทัศนียภาพของทั้งสองฝั่งก็จะมีความคล้ายกันเพราะแต่ก็มีความต่างในตัวของมันเองระยะเวลาในการเดินชมวิวนี้ใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพื่อที่จะได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวธรรมชาติก็คงจะฟินไม่น้อยกับการที่ได้มาเยือนอุทยานนนี้