Recollections of Beach Forest by LIKAY BINDERY

เรากลับมาที่สตูดิโอ LIKAY BINDERY ที่น่ารักอบอุ่นอีกครั้งหลังจากห่างหายไปเกือบ 1 ปี กลับมาครั้งนี้ตั้งใจว่าจะได้แรงบันดาลใจกลับไปเหมือนครั้งก่อน

วันนี้ไม่ได้มาให้ พี่เก๋ (คุณ พันทิพา ตันชูเกียรติ) สอนคอร์สเกี่ยวกับการทำสมุดแฮนด์เมด เหมือนครั้งที่แล้วแต่ครั้งนี้ เราตั้งใจมาถามเรื่องนิทรรศการ ที่กำลังเกิดขึ้น “Recollections of Beach Forest” เหมือนอีกก้าวหนึ่งของการเรียนรู้ ที่ทำให้เราเห็นถึงความสามารถของ LIKAY BINDERY  นอกจากการทำสมุดแฮนด์เมดในครั้งก่อน

Vick’s : พี่เก๋ เล่าถึงที่มาของการได้ร่วมงานกับ ทาง มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ให้ฟังได้ไหมครับ
Likay Bindery : เริ่มจากทาง มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จะจัดการพื้นที่ในส่วนหนึ่งพระราชนิเวศน์เป็นหอจัดแสดงงาน แต่ไม่อยากให้เป็นการซื้อ จัด และเปิดให้เข้าชมทาง Curator เลยได้ติดต่อมาทาง พี่เก๋ หลังจากนั้นพี่ก็ขึ้นๆลงๆ กรุงเทพฯ – เพชรบุรี ร่วมๆ 5 เดือน

Vick’s : แล้วพี่เก๋ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรครับ
Likay Bindery : เหมือนเป็นการบันทึกความทรงจําประสบการณ์จากการสํารวจและเก็บตัวอย่างพรรณไม้ป่า ชายหาด บริเวณพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

Vick’s : ป่าชายหาด ก็คือ ป่าชายเลน ใช่ไหมครับ
Likay Bindery : ป่าชายหาด มันแตกต่างจากป่าชายเลนนะ เพราะต้นไม้ที่โตขึ้นมาก็คนละชนิด ตอนที่พี่ไป พี่ไปพร้อมนักวิชาการพฤษศาสตร์ เค้าจะเป็นคนอธิบาย ถ้าไม่มีพี่เค้าไปด้วยเราคงไม่รู้ว่าต้นไหนเป็นต้นอะไรแน่ๆ

Vick’s : พี่เก๋พอจะอธิบาย เกี่ยวกับ นิทรรศการ Recollections of  Beach Forest คร่าวๆได้ไหมครับ
Likay Bindery :  นิทรรศการประกอบไปด้วยผลงานทั้งหมด 3 ชุดคือ Paper Botanical (1) Visual Diary (2) และ Plant Sculpture (3) อยู่ใน 2 พื้นที่ ทุกส่วนได้แรงบันดาลใจเดียวกันคือป่าชายหาดเพียงแต่ใช้วิธีสื่อสารออกมาแตกต่างกัน

Vick’s :งั้นเริ่มจากส่วนแรกเลยได้ไหมครับ
Likay Bindery : Paper Botanical จัดแสดงที่ ห้องนิทรรศการพิเศษ บ้านเจ้าพระยารามราฆพ ซึ่งเป็นอาคารติดชายทะเล ภายในบริเวณ มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ซึ่งจะเป็นส่วนแยกออกจากจาก หมู่พระที่นั่ง แต่สามารถมองเห็นกัน  ส่วนนี้จะเป็นงานศิลปะกึ่งๆ Surreal คือจะเน้นการเอาแก่นแท้ของพรรณไม้มาประดิษฐ์เป็นชิ้นงาน พี่เก๋นำรูปถ่ายของพรรณไม้ที่ได้ถ่ายเก็บไว้ตอนลงสำรวจพื้นที่ใน ระหว่าง 5 เดือน และ อีกส่วนคือการนำพรรณไม้แต่ละชนิดที่เก็บมา นำมาทับให้แห้งและถ่ายภาพ หลังจากนั้นค่อยตัดและจัดวางองค์ประกอบงาน จากภาพถ่ายที่ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ทีละชิ้นขัดกันไปมาบรรจงติดด้วยกาวทีละส่วน จนออกมาเป็นงาน Installation

fianl-lifestyle-4 fianl-lifestyle-3

Vick’s : สิ่งที่พี่เก๋อยากให้ผู้ที่มาชมนิทรรศการส่วนนี้ ซึมซับ คืออะไรครับ
Likay Bindery : อยากให้ผู้ชมต้องใช้เวลาเพ่งมองงานแต่ละชิ้น ว่าเราทำมาจากอะไร ใบไม้จริง ใบไม้แห้ง เป็นภาพถ่ายหรือไม่เป็นภาพถ่ายกันแน่  อยากให้คนชมรู้สึกถึงการสังเกตและคิดว่ามันคือสิ่งใด เหมือนที่เราได้ลงไปสำรวจพื้นที่ก่อนนำมาทำงานศิลปะชิ้นนี้

fianl-lifestyle-2 fianl-lifestyle-1

Vick’s : แล้วอีกส่วนหนึ่งละครับ พี่เก๋
Likay Bindery : Visual Diary  กับ Plant Sculpture 2 ชุดนี้ ห้องคลังข้อมูล ฝ่ายจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมภายใน บริเวณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

fianl-lifestyle-7

Vick’s : Visual Diary  กับ Plant Sculpture นี้แตกต่างกันอย่างไร แล้วทำไมพี่เก๋ถึงนำมาจัดแสดงในหอคลังข้อมูลหละครับ
Likay Bindery : ทั้ง Visual Diary และ Plant Sculpture เหมือนเป็นการนำความรู้ของการสังเกตพรรณไม้ตอนที่พี่ ได้เก็บจากการค้นคว้า มาบันทึกในแบบของ LIKAY BINDERY  พี่อยากให้มันเป็นความรู้ที่อยู่ในคลังข้อมูลของ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และให้ความรู้กับผู้ชมนิทรรศการ เพื่อผู้ชมจะได้เรียนรู้ถึงลักษณะพิเศษของพรรณไม้ในอีกมิติหนึ่ง

fianl-lifestyle-13

ส่วน ความแตกต่างอยู่ที่ขั้นตอนและวิธีการนำเสนอ อย่าง Visual Diary เป็นการทำ Her-barium Specimen (วิธีการทำพืชอัดแห้ง) ของพรรณไม้แต่ละชนิดที่ขึ้นอยู่ในป่าชายหาด บริเวณพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน มาจัดทำเป็นข้อมูลให้ความรู้แก่ผู้ชม

fianl-lifestyle-14 fianl-lifestyle-15

ส่วน  Plant Sculpture ส่วนนี้ได้ใช้การถ่ายแบบด้วยการเทปูน พลาสเตอร์และเรซิ่นลงไปที่ใบไม้ และนํารูปหล่อเหล่านั้น ให้เห็นถึงรูปร่างของใบ และ เส้นใบของจ้นไม้แต่ละชนิด ส่วนนี้พี่มีทำทั้งแบบทึบ (หล่อด้วยปูนพลาสเตอร์) และ แบบใส มองเห็นทะลุ (หล่อด้วยเรซิ่น) ด้วยที่พี่จะเสนอ สองอย่างต่างกัน ส่วนที่เป็นเรซิ่นพี่อยากให้ผู้ชมเห็นถึง เส้นใบรูปร่างแบบชัดและทะลุ โดยมีจะจัดแสดงในห้องมืดและวางบน Light Box

fianl-lifestyle-12 fianl-lifestyle-11 fianl-lifestyle-10 fianl-lifestyle-9

อีกส่วนที่หล่อปูนพี่เก๋ อยากให้เป็นถึงรูปใบและสัดส่วนของใบที่แตกต่างกัน

fianl-lifestyle-8 fianl-lifestyle-6
Vick’s : ถ้าหากจะให้พูดถึงการไปชมนิทรรศการ “Recollections of Beach Forest” เหมือนเป็นการได้เข้าไปรับรู้ข้อมูล สิ่งต่างๆผ่านงานศิลปะที่ให้ความรู้เกี่ยวกับ พรรณไม้ป่า ชายหาด บริเวณพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ที่ LIKAY BINDERY และทางมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ได้ฝากไว้อย่างแยบยล จนเราไม่ได้รู้สึกถึงการยัดเยียดให้รู้แต่เป็นการอยากศึกษาและเข้าใจสิ่งนั้นด้วยตนเอง

black min
นิทรรศการ “Recollections of Beach Forest” 
ผลงานศิลปะจัดวางจากการสํารวจป่าชายหาด
โดย ลิเกบายเดอรี่ (LIKAY BINDERY)

ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐

ณ ห้องคลังข้อมูล ฝ่ายจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม และ ห้องนิทรรศการพิเศษ บ้านเจ้าพระยารามราฆพ
สํานักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันฯ
๑๒๘๑ ถนนเพรชเกษมตําบลชะอํา อําเภอชะอําจงัหวดัเพชรบุรี ๗๖๑๒๐

โทรศัพท์ ๐ ๓๒๕๐ ๘๔๔๔ ~ ๕ โทรสาร ๐๓๒๕๐๘๐๓๙
อีเมล์ mrig.turakan@gmail.com

เวลาทําการ ๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ

Share
Random stories
8 Mar '16
The Bright Town (Seven Sisters Cliffs, UK) by Dupang

“ที่ไหนวะ Seven Sisters” “มันอยู่ที่ Brighton” จะเป็นไปได้มั้ยถ้าเราจะไปเที่ยวสถานที่ ที่เรายังไม่เคยเห็นแม้แต่ภาพมาก่อน การตัดสินใจขึ้นรถไฟจาก Kings Cross มุ่งหน้าไปที่ Brighton ปกติแล้วเราเป็นคนชอบรีเซิซที่ๆเราจะเที่ยวแต่ครั้งนี้ทุกๆอย่างผ่านไปโดยที่เพื่อนเป็นคนนำทาง เพราะอะไรก็ไม่รู้ อาจจะไม่ได้คาดหวังจะพบอะไรที่นี่รึเปล่า เราถึงตอนสายๆ เสียงทะเล และเสียงนก ก็มาต้อนรับเราตั้งแต่สถานีรถไฟ พร้อมๆกับ เสียงคนที่เดินกันอย่างขวักไขว้ภายในตัวเมือง การเดินจ้ำๆ ไต่ทางลาดลงไปที่ท่าเรือ Brighton กับชิงช้าสวรรค์สีขาวนี่คือ landmark แรกและ landmark เดียวทีเรานึกถึง “ที่นี่ป่ะ Seven Sister” “ไม่ใช่หวะ มันต้องนั่งรถออกไปอีก” บนรถเมล์สีแดงสองชั้นสาย 12A กำลังเคลื่อนตัวออกจากป้ายที่เราขึ้นใกล้กีบท่าเรือ รถค่อยๆวิ่งออกไป ระหว่างทาง จากเมืองที่มีตึกเล็กๆเกาะกลุ่มเป็นเมือง ก็ค่อยๆลดเหลือบ้านหลัง เว้น หลัง ฟาร์มบ้างบ้านบ้าง ในที่สุดก็เป็นเพียงถนนสายถึงตัดผ่านทุ่งไปเรื่อยๆ เกือบ 40 นาที เราก็ลง “ที่นี่ป่ะ Seven Sister” “ไม่ใช่หวะ มันต้องเดินต่อไปอีก” “อีกนานมั้ยอะ […]

10 Jun '15
The most time in Stockholm by Supachai Pechry

เมื่อมนุษย์เขตร้อนอย่างฉันหลวมตัวตอบตกลงไปเที่ยวสวีเดนในเดือนธันวาฯ ช่วงคริสต์มาส ฉันก็ได้แต่ถามตัวเองว่าจะไหวเหรอ เสื้อผ้าหนาๆอุ่นก็ไม่มี ไขมันรอบพุงก็ไม่เคยสะสม จะหนาวตายกลายเป็นศพแช่แข็งถูกส่งกลับประเทศไหม แต่เพื่อให้ได้เห็นแสงเหนือสิ่งที่อยากเห็นก่อนตาย จะหนาวแค่ไหนก็จะสู้แถมต่อไปจะได้มีเรื่องไว้คุยอวดคนอื่นเค้าได้ว่าหนาวแค่นั้นน่ะไม่เท่าไหร่หรอก ฉันเคยเจอมาหนาวกว่านี้อีก แต่อากาศหนาว -30 นี่มันหนาวขนาดไหนนึกไม่ออกจริงๆ แม้แต่ชาวสวีเดนเองก็ใบ้กินบอกได้แค่ว่าหนาวมาก ถามใครใครก็นึกไม่ออก มีแต่จะบอกว่าคนไทยอย่างฉันคงหนาวตายตั้งแต่ -10 แล้วล่ะ ฉันไปยุโรปมาก็หลายครั้งแล้ว แต่ก็มักจะหาเรื่องไปเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือไม่ก็ฤดูร้อน เมืองก็สวยผู้คนก็อารมณ์ดี อากาศแจ่มใส ฉันชอบเดินทางแบบสบายตัวไม่ต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆหลายชั้นกระเป๋าก็เบาแถมมีน้ำหนักเหลือให้พอซื้อของกลับมาได้อีก แต่ทริปที่ไปสวีเดนคราวนี้นี่สิฉันต้องเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าตั้งหลายตัวทั้งๆที่เตรียมไปเผื่อหนาวเต็มที่แต่ทำไงได้ขนกระเป๋าไปได้แค่ 20 กิโลกรัม ถ้าไปถึงแล้วดูท่าจะไม่รอดจริงๆ ค่อยไปหาซื้อเอาใหม่ข้างหน้า ไม่กี่วันก่อนเดินทางเพื่อนๆที่สวีเดนต่างบ่นกันถึงอากาศที่เลวร้ายของสต๊อกโฮล์ม ทั้งอากาศที่หนาวติดลบ ฝนตกทั้งอาทิตย์ แดดก็ไม่มี ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันมานานหลายเดือน ฉันยอมรับว่ากำลังใจฝ่อไปเยอะเหมือนกันแดดเป็นเหมือนพลังงานชีวิตของฉันนี่ถ้าไปแล้วไม่เจอแดดเลยจะทำยังไงไม่เหงาตายเหรอ แต่จะให้กลับใจทิ้งตั๋วก็ไม่ทันแล้ว กว่าจะได้วีซ่ามานี่ไม่ง่ายนะ คนทำอาชีพฟรีแลนซ์อย่างฉัน ขอวีซ่าแต่ละทีเอกสารหนาเหมือนทำวิทยานิพนธ์ ฉันใช้เวลา 13 ชั่วโมง ที่แสนอึดอัดบนเครื่องบินชั้นประหยัด เพื่อมาถึงสต๊อกโฮล์ม อากาศหนาวน้อยกว่าที่คาดเพราะหิมะตกไปตั้งแต่คืนก่อนหน้าแล้ว โชคดีที่โรงแรมเราอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเท่าไหร่ จึงไม่ต้องเดินไกล นี่ขนาดไม่ไกลแต่ฉันก็ลื่นไปหลายรอบ ก่อนหน้านี้ฉันบ่นเอาไว้มากว่าค่าโรงแรมแพงไปโรงแรมไม่เห็นต้องอยู่ใกล้ขนาดนี้ก็ได้ ไกลแค่ไหนก็เดินไหว อยากประหยัดเงิน แต่เชื่อเถอะถ้าไปเที่ยวที่ไหนที่อากาศหนาวๆการได้ถึงที่พักอุ่นๆแบบทันใจโดยเฉพาะในคืนแรกถึงจ่ายแพงอีกหน่อยก็คุ้มกว่าเยอะ ฉันอยู่สต๊อกโฮล์ม 5 วัน ไม่ได้วางแผนการท่องเที่ยวอะไรเลย เพื่อนถามว่าอยากดูอะไรก็ตอบไม่ได้ […]