Raja Ampat, Indonesia by Thanapong Banpotjit

“มันสวยจริงๆ”

 

มีคนชอบมาถามว่า ตั้งแต่เริ่มดำน้ำมา ชอบดำน้ำที่ไหนมากที่สุด เป็นคำถามที่ตอบยากระดับนึง ถ้าให้ตอบแบบกลางๆ ก็จะบอกว่าจุดดำน้ำแต่ละที่ก็จะมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ไม่เหมือนกับจุดอื่นๆ เพราะฉะนั้นคงไม่มีอันไหนเลิศเลอไปกว่าใครสักเท่าไหร่ แต่ถ้าถามว่า ปะการังที่ไหน สมบูรณ์ที่สุด ที่ไหนมีความหลากหลายของสัตว์ทะเลมากที่สุด ก็สามารถตอบแบบไม่ต้องคิดได้เลยว่าคือที่นี่ Raja Ampat

ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสครั้งที่ 2 ที่ได้กลับไปดำน้ำที่สถานที่อันห่างไกลแห่งนี้ Raja Ampat หรือ Four Kings ซึ่งอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะปาปัวนิวกีนี

การไปดำน้ำรอบนี้เราใช้เวลาของเราส่วนใหญ่อยู่ทางด้านใต้ของ Raja Ampat นั่นคือ เกาะ Misool ซึ่งเป็นบริเวณที่ทำการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลกันอย่างจริงจัง จะสังเกตได้ว่าทุกจุดดำน้ำแต่ละจุดนั้น มีปะการังที่แน่นมากๆ แน่นจริงๆ

อีกจุดนึงที่เราได้ไปแวะเวียนคือ Dampier Strait ซึ่งอยู่ตอนกลางของ Raja Ampat บริเวณนี้เป็นจุดดำน้ำอีกจุดหนึ่งซึ่งไม่เหมือนใครเลยก็ว่าได้ เพราะเราได้มีโอกาสได้ดำน้ำที่ Mangrove Ridge ซึ่งเป็นชายขอบของป่าโกงกางที่ยื่นออกไปทะเล

การเดินทางไป Raja Ampat อาจจะดูค่อนข้างยุ่งยาก และเหนื่อยพอประมาณ เครื่องบินประเทศเค้า (อินโดนีเซีย) เหมือนรถบัสหวานเย็นบ้านเรา บินแล้วหยุด เสร็จแล้วบินต่อเป็นตุ้บๆ แต่เชื่อสิว่าสักครั้งนึง สำหรับนักดำน้ำแล้วคุณต้องไปสัมผัส Raja Ampat สักครั้ง
“มันสวยจริงๆ”

 

 

_DSC0157

_DSC9984

_DSC0698

_DSC0710

_DSC0744

_DSC0751

_DSC0346

_DSC0256

_DSC0820

_DSC0332

_DSC0336

_DSC9910

_DSC9888

_DSC0514

_DSC0266

_DSC0078

_DSC0099

_DSC0579

_DSC0469

_DSC0171

_DSC0135

_DSC0094

_DSC0081

_DSC0044

12814788_10153413706550778_1220037524522356773_n

12764572_10154571746638625_3419664395178621722_o

 

Share
Random stories
24 Feb '17
Going Out with Boyfriend

Special Thanks : boyfriend cosmetics https://www.facebook.com/boyfriendcosmetics

28 Jan '16
Jiuzhaigou 九寨沟 (China) by Thanutporn Ajchariyakulporn

” ถึงจะห่างไกลความสะดวกสบาย ถ้าเป็นไปได้ ประเทศจีน ดูเหมือนเป็นที่เกือบสุดท้ายที่จะเลือกไปเที่ยว ” หากเราเป็นอีกหนึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ในแนวน้ำตกหรือว่าขุนเขา จิ่วจ้ายโกว( Jiuzhaigou ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศจีน อยู่ในมณฑลเสฉวน การเดินทางนั้นต้องนั่งเรื่องบินไปลงที่สนามบินเฉิงตู และนั่งรถบัสอีกประมาณ 9 ชั่วโมงจากสนามบินถึงอุทยาน จิ่วจ้ายโกวเป็นการท่องเที่ยวธรรมชาติที่คุ้นค่าแก่การเดินทางมาเพราะธรรมชาติภายในอุทยานมีความสวยงามมากจนลืมความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางไปเลยทีเดียว ภายในอุทยานจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยทั้งสองฝั่งนั้นภายในอุทยานจะมีการจัดสรรรถบัสไว้ให้ตลอดวันตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เราจะต้องเดินทางโดยรถบัสไปถึจุดสูงสุดของแต่ละฝั่งและเดินไล่ลงมาเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินก็จะมีทั้งทะเลสาป ป่าไม้ น้ำตก และต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี จุดเด่นของจิ่วจ้ายโกวก็คือสีสันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะน้ำที่ใสจนมองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน และน้ำนั้นก็สะท้อนกับสีของท้องฟ้าและเมฆ เงาไม้หลากสีที่โดนแสงแดดและสะท้อนลงบนผิวน้ำใสราวกับกระจก ความสวยงามของน้ำในทะเลสาบของจิ่วไจ้โกว ที่ใสราวกับกระจก จนเกิดเป็นตำนานเล่ากัน เรื่องราวมีอยู่ว่า “เทพบุตรองค์หนึ่งในสรวงสวรรค์เกิดหลงรักนางฟ้าองค์หนึ่ง เทพบุตรองค์นี้ได้มอบของขวัญเพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อนางนางฟ้าชิ้นหนึ่ง ของขวัญนั้นคือกระจกส่องฟ้า เมื่อเทพบุตรมอบกระจกส่องฟ้าให้แก่นางฟ้าและได้บอกความในใจให้นางฟ้าได้รับรู้ถึงความรักที่มีต่อนาง เนื่องจากความรักเป็นสิ่งต้องห้ามบนสวรรค์ นางฟ้าถึงกับตกใจและทำกระจกหล่นแตก……เศษกระจกส่องฟ้าทั้ง 144 ชิ้นต่างร่วงหล่นหลงมาสู่พื้นโลกจนเกิดเป็นทะเลสาบที่แสนงดงามทั้ง 144 แห่งในบริเวณหุบเขาจิ่วไจ้โกวนั่นเอง” ทัศนียภาพของทั้งสองฝั่งก็จะมีความคล้ายกันเพราะแต่ก็มีความต่างในตัวของมันเองระยะเวลาในการเดินชมวิวนี้ใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพื่อที่จะได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวธรรมชาติก็คงจะฟินไม่น้อยกับการที่ได้มาเยือนอุทยานนนี้