Vick’s with Junejune Patcha Poonpiriya

วันสบายๆ กับจูนจูน ย่านอารีย์

เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ บรรยากาศสบายๆ ที่บ้าน ก็ค่อยๆ ลุกไปอาบน้ำ เปิดตู้เสื้อผ้า เลือกชุดตัวโปรดไปใส่ในวันสบายๆ เช้าวันอาทิตย์ วันนี้ว่างๆเลย บรรยากาศสบายๆแบบนี้ ไปช้อปปิ้ง อ่านหนังสือ ที่อารีย์ดีกว่า

ตอนสายๆ ท้องฟ้าสดใส ออกจากบ้านไปนั่งที่ร้าน Porcupine Café ดีกว่า พอถึงร้านก็ไม่ลืมที่จะสั่ง Fruit Cake กับ Lemon Soda ของโปรด ไปนั่งที่โต๊ะ พร้อมกับหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน อ่านไปสักพัก มองนาฬิกา ก็ตกบ่าย 2  ท้องก็ร้องมาพร้อมกับความหิว ก็เดินทะลุซอย 4 ไปอีกนิดนึง ก็เจอร้านอาหารแสนอร่อย

ไปอารีย์ก็ต้องไปร้านกาแฟสวยๆ ที่ porcupine cafe มี fruit cake กับ lemon soda อร่อยมาก ดีที่พกหนังสือมาด้วย นั่งอ่านชิวๆแปปเดียวก็บ่ายสองละ นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กินอาหารจริงจังซักมื้อเลย เดินทะลุซอย4ไปหาของกินละกัน

3

4

5

The Artwins restaurant & bar ร้านน่ารักๆ กับเมนูอร่อยๆ เข้าไปข้างในร้าน  คนไม่เยอะเท่าไหร่ พี่พนักงานก็มารับออเดอร์ ก็สั่งซุปเห็ดแสนอร่อย ระหว่างรอก็นั่งกดมือถือชิทแชทกับเพื่อนสักพัก ซุปอุ่นๆแสนอร่อยก็มาเสิร์ฟ ทานซุปไปแชทกับเพื่อนไป เพลินๆสักพักซุปก็หมด ไปพร้อมกับความหิว เลยนั่งสักพัก แดดร่มๆหน่อย ก็มุ่งหน้าไปอีกร้าน

เจอร้าน the artwins restuarant & bar น่านั่งมากเลย รูปอาหารก็น่ากิน เลยถ่ายรูปส่งไปชวนเพื่อนมากินคราวหน้า แต่คราวนี้ไม่อยากกินหนักมากเลยสั่งซุปพร้อมขนมปัง อร่อยมากกกก กินไปนิดเดียวก็เริ่มอิ่มละออกไปเดินย่อยหาไรทำร้านอื่นต่อ

6

7

8

ร้าน Tokyo Bike ไปลองขี่จักรยาน สไตล์ Urban Bike ดีไซน์เรียบง่าย ก็ลองขี่ไปร้านวิคส์ ร้านโปรดช็อปปิ้งรอป๊าซะหน่อย ขับไปก็เจอหน้าร้านตกแต่งต้อนรับคอลเลคชั่นใหม่ เป็นฟาร์มน่ารักเชียว

เจอร้านเท่ๆชื่อ Tokyo Bike มีจักรยานสวยๆกับคนคูลๆเต็มไปหมด เลยอยากลองขี่จักรยานแนว Urban Bike บ้าง จำได้ว่าวิคส์อยู่แถวนี้ ขี่ไปช้อปปิ้งรอป๊ามารับละกัน

หน้าร้านแต่งตีมฟาร์ม เข้ากับคอลเลคชั่นใหม่ วิคส์แต่งร้านดีตลอดเลย

สักพักป๊าก็โทรมา เลยรีบเอาจักรยานไปคืนที่ร้าน Tokyo Bike กระโดดนขึ้นรถป๊าไปกินข้าวเย็นต่อ

ป๊าโทรมาตามเลยต้องรีบไปคืนจักรยานที่ tokyo bike ป๊าต้องรับไปกินข้าวเย็นอีกแน่เลย แต่ยังไม่หิวเลยนะ

9

10

11

12

 

13

14

13.5

16

15

 

Share
Random stories
24 May '16
Annapurna Base Camp by Sicha Jirojchanintorn

“เวลาที่เราเดินก้าวไปข้างหน้า โดยที่ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง ต้องเจอกับอะไรบ้าง ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ เรารู้สึกว่าเราชอบการเดินทางแบบนี้แล้วหล่ะ” นี่คือการเดิน trekking แบบจริงจังครั้งแรก ไม่ใช่การเดินขึ้นดอยขึ้นภูเหมือนที่เคย แต่เราต้องใช้เวลาเป็น 10 วัน ในการอยู่ที่นี่ เห้ย!!!จะไหวหรอหวะ??? มีคำนี้อยู่ในหัวตลอดเวลา แต่ด้วยความที่อินในหนังเรื่อง Everest การได้เจอหิมะ และวิวสวยๆของเทือกเขาหิมาลัย ต้องเป็นอะไรที่ดีมากแน่ๆ เอาหวะลองสักครั้งในชีวิต!!! เดินได้ก็เดินเดินไม่ได้ก็ลงฮอลไป….. Annapurna Basecamp มีความสูงอยู่ที่ 4130 M. ช่วงนี้การเดินtrekking เส้นนี้เป็นที่นิยมมากกกสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติตามเส้นทางจะเปลี่ยนแปลงไปตามความสูงในแต่ละช่วง ตั้งแต่แดดแรงมาก บันไดหลายพันขั้น ฝนตก ลูกเห็บ เส้นป่าดิบชิ้น จนไปถึงการเดินฝ่าหิมะที่ตกอย่างหนัก อากาศที่เบาบางลง ออกซิเจนที่น้อยลง ทำให้หายใจลำบากและเคลื่อนไหวช้าลงมาก ตอนเดินขึ้นคือเหนื่อยมากแล้ว แต่ตอนลงก็ไม่ได้จะสบายเลย จริงๆเราว่าการเดิน trekking ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร ค่อยๆเดิน เดินไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ถ่ายรูปบ้าง กินขนมบ้าง นั่งมองวิวข้างทางไป เดินช้าเดินเร็วก็ถึงเหมือนกัน เอาที่พอดีกับร่างกายเรารับไหวดีกว่า วิวที่ได้เห็นเรื่อยๆระหว่างทางจะทำให้เรามีแรงเดินต่อไปเอง ใช่เป้าหมายเราคือ Annapurna […]

28 Jan '16
Jiuzhaigou 九寨沟 (China) by Thanutporn Ajchariyakulporn

” ถึงจะห่างไกลความสะดวกสบาย ถ้าเป็นไปได้ ประเทศจีน ดูเหมือนเป็นที่เกือบสุดท้ายที่จะเลือกไปเที่ยว ” หากเราเป็นอีกหนึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ในแนวน้ำตกหรือว่าขุนเขา จิ่วจ้ายโกว( Jiuzhaigou ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศจีน อยู่ในมณฑลเสฉวน การเดินทางนั้นต้องนั่งเรื่องบินไปลงที่สนามบินเฉิงตู และนั่งรถบัสอีกประมาณ 9 ชั่วโมงจากสนามบินถึงอุทยาน จิ่วจ้ายโกวเป็นการท่องเที่ยวธรรมชาติที่คุ้นค่าแก่การเดินทางมาเพราะธรรมชาติภายในอุทยานมีความสวยงามมากจนลืมความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางไปเลยทีเดียว ภายในอุทยานจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยทั้งสองฝั่งนั้นภายในอุทยานจะมีการจัดสรรรถบัสไว้ให้ตลอดวันตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เราจะต้องเดินทางโดยรถบัสไปถึจุดสูงสุดของแต่ละฝั่งและเดินไล่ลงมาเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินก็จะมีทั้งทะเลสาป ป่าไม้ น้ำตก และต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี จุดเด่นของจิ่วจ้ายโกวก็คือสีสันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะน้ำที่ใสจนมองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน และน้ำนั้นก็สะท้อนกับสีของท้องฟ้าและเมฆ เงาไม้หลากสีที่โดนแสงแดดและสะท้อนลงบนผิวน้ำใสราวกับกระจก ความสวยงามของน้ำในทะเลสาบของจิ่วไจ้โกว ที่ใสราวกับกระจก จนเกิดเป็นตำนานเล่ากัน เรื่องราวมีอยู่ว่า “เทพบุตรองค์หนึ่งในสรวงสวรรค์เกิดหลงรักนางฟ้าองค์หนึ่ง เทพบุตรองค์นี้ได้มอบของขวัญเพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อนางนางฟ้าชิ้นหนึ่ง ของขวัญนั้นคือกระจกส่องฟ้า เมื่อเทพบุตรมอบกระจกส่องฟ้าให้แก่นางฟ้าและได้บอกความในใจให้นางฟ้าได้รับรู้ถึงความรักที่มีต่อนาง เนื่องจากความรักเป็นสิ่งต้องห้ามบนสวรรค์ นางฟ้าถึงกับตกใจและทำกระจกหล่นแตก……เศษกระจกส่องฟ้าทั้ง 144 ชิ้นต่างร่วงหล่นหลงมาสู่พื้นโลกจนเกิดเป็นทะเลสาบที่แสนงดงามทั้ง 144 แห่งในบริเวณหุบเขาจิ่วไจ้โกวนั่นเอง” ทัศนียภาพของทั้งสองฝั่งก็จะมีความคล้ายกันเพราะแต่ก็มีความต่างในตัวของมันเองระยะเวลาในการเดินชมวิวนี้ใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพื่อที่จะได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวธรรมชาติก็คงจะฟินไม่น้อยกับการที่ได้มาเยือนอุทยานนนี้