Vick’s with Violette Wautier

“บางครั้งสถานที่เดิม แต่เราเพิ่มเติมเพลงเข้าไปก็ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไป” คำพูดจากภาพยนตร์ Begin Again

วี วีโอเลต วอเทียร์ มีเวลาว่างจากการโปรโมทภาพยนตร์ ให้เวลาเราชั่วโมง สองชั่วโมงเพื่อผ่อนคลายไปกับพวกเรา

Here comes the sun, here comes the sun
And I say it’s all right

Little darling, it’s been a long cold lonely winter
Little darling, it feels like years since it’s been here

Sun, sun, sun, here it comes

ก็เหมือนเป็นเพลงที่แทนตัว วี ที่สดใสร่าเริง วี ชอบออกไปเจอแดดอุ่นๆ ยิ่งเฉพาะแดดเช้า ให้ความรู้สึกเหมือนได้ ชาร์จแบตทุกครั้ง ที่ได้เจอแสงแดด เช้าไหนไม่ได้ “สังเคราะห์แสง” วีจะรู้สึกห่อเหี่ยวหลังจากการโปรโมทภาพยนตร์ และอัดเสียงจากห้องอัด วีก็มีเวลาพักไม่มากก็เลยชวนเราไปตามติด ในที่ที่คุ้นเคย “สยาม” แม้ว่าทุกคนจะเบื่อกับสถานที่เที่ยวแบบเดิมๆ แต่ วีขอเปลี่ยนอารมณ์ด้วยการฟังเพลงและเดินเล่น พูดคุยกับเรา เพื่อใช้เวลาที่พักจากการทำงาน ผ่อนคลายง่ายๆ ในสถานที่เดิมๆ

ต่อมา วี พาไปเลือกขนมที่ชอบ เพราะตัววีไม่ค่อยชอบทานขนมที่ร้านอะไรมากมาย วีชอบการเดินเลือก เลือกชิมของใหม่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต มีขนมและของอร่อยหลายอย่าง ที่จะซื้อกลับไปทานที่กองถ่ายที่สะดวกต่อการหยิบมากินระว่างรอร้องเพลง กับ ตอนเข้าฉาก

ความสบายๆได้ผ่อนคลาย แม้ไม่ต้องไปเที่ยวไกลถึงต่างจังหวัด  ต่างประเทศ ก็สามารถพักผ่อนได้ เวลาไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป แค่นี่แหละที่คล้ายกับการเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ของตัว V แล้ว

WEEKEND IS EVERYDAY

DSCF3838

DSCF3847

DSCF3882

Share
Random stories
28 Jan '16
Jiuzhaigou 九寨沟 (China) by Thanutporn Ajchariyakulporn

” ถึงจะห่างไกลความสะดวกสบาย ถ้าเป็นไปได้ ประเทศจีน ดูเหมือนเป็นที่เกือบสุดท้ายที่จะเลือกไปเที่ยว ” หากเราเป็นอีกหนึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ในแนวน้ำตกหรือว่าขุนเขา จิ่วจ้ายโกว( Jiuzhaigou ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศจีน อยู่ในมณฑลเสฉวน การเดินทางนั้นต้องนั่งเรื่องบินไปลงที่สนามบินเฉิงตู และนั่งรถบัสอีกประมาณ 9 ชั่วโมงจากสนามบินถึงอุทยาน จิ่วจ้ายโกวเป็นการท่องเที่ยวธรรมชาติที่คุ้นค่าแก่การเดินทางมาเพราะธรรมชาติภายในอุทยานมีความสวยงามมากจนลืมความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางไปเลยทีเดียว ภายในอุทยานจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยทั้งสองฝั่งนั้นภายในอุทยานจะมีการจัดสรรรถบัสไว้ให้ตลอดวันตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เราจะต้องเดินทางโดยรถบัสไปถึจุดสูงสุดของแต่ละฝั่งและเดินไล่ลงมาเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินก็จะมีทั้งทะเลสาป ป่าไม้ น้ำตก และต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี จุดเด่นของจิ่วจ้ายโกวก็คือสีสันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะน้ำที่ใสจนมองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน และน้ำนั้นก็สะท้อนกับสีของท้องฟ้าและเมฆ เงาไม้หลากสีที่โดนแสงแดดและสะท้อนลงบนผิวน้ำใสราวกับกระจก ความสวยงามของน้ำในทะเลสาบของจิ่วไจ้โกว ที่ใสราวกับกระจก จนเกิดเป็นตำนานเล่ากัน เรื่องราวมีอยู่ว่า “เทพบุตรองค์หนึ่งในสรวงสวรรค์เกิดหลงรักนางฟ้าองค์หนึ่ง เทพบุตรองค์นี้ได้มอบของขวัญเพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อนางนางฟ้าชิ้นหนึ่ง ของขวัญนั้นคือกระจกส่องฟ้า เมื่อเทพบุตรมอบกระจกส่องฟ้าให้แก่นางฟ้าและได้บอกความในใจให้นางฟ้าได้รับรู้ถึงความรักที่มีต่อนาง เนื่องจากความรักเป็นสิ่งต้องห้ามบนสวรรค์ นางฟ้าถึงกับตกใจและทำกระจกหล่นแตก……เศษกระจกส่องฟ้าทั้ง 144 ชิ้นต่างร่วงหล่นหลงมาสู่พื้นโลกจนเกิดเป็นทะเลสาบที่แสนงดงามทั้ง 144 แห่งในบริเวณหุบเขาจิ่วไจ้โกวนั่นเอง” ทัศนียภาพของทั้งสองฝั่งก็จะมีความคล้ายกันเพราะแต่ก็มีความต่างในตัวของมันเองระยะเวลาในการเดินชมวิวนี้ใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพื่อที่จะได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวธรรมชาติก็คงจะฟินไม่น้อยกับการที่ได้มาเยือนอุทยานนนี้    

26 Oct '16
“ STOP DREAMING START LIVING ” – the secret life of walter mitty by Eve Marisa

ถ้าพูดถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทาง คงต้องย้อนกลับไปไกลหน่อย เราได้ยินชื่อ ‘ไอซ์แลนด์’ มานานมาก ตั้งแต่สมัยยังเด็ก ในความคิดตอนนั้น มันคงเป็นเมืองแห่งน้ำแข็งแน่ๆ อาจเพราะมันดูไกลตัวเรามาก ไกลจนเกินที่จะคิดว่าซักวันนึงเราจะไปยืนอยู่ตรงนั้นได้ ภาพไอซ์แลนด์ชัดขึ้นอีกครั้ง เมื่อตอนที่เค้าโผล่มาให้เห็นในเรื่อง The Secret of Walter Mitty วิวที่คุณมิตตี้ ไถเสก็ตบอร์ดลงมาจากภูเขาสีเขียวลูกใหญ่ มันจุดประกายความอยากรู้จักไอซ์แลนด์ขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราเริ่มเซฟเอาภาพไอซ์แลนด์มาเก็บไว้ และมันก็เริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเสียงจากเพื่อนสนิทก็พูดขึ้นมาว่า ‘ไปไอซ์แลนด์กัน !’ และเราก็ตอบตกลงไปโดยไม่ทันคิดอะไร ทั้งที่ไม่มีความพร้อมในทุกๆ ด้านเลย มันเหมือนกับถูกความฝันส่วนนึง พยายามดึงเราไป ให้ไปพบกับสถานที่ที่รอคอยเราอยู่ เราเริ่มพูดคุยกันเรื่องนี้มากขึ้น วางแผนเตรียมตัว จนถึงวันที่เราออกเดินทาง วินาทีแรกที่เท้าของเราก้าวออกจากตัวเครื่อง ลมแรงและเม็ดฝนก็ผ่านเข้ามาปะทะที่ตัวอย่างจัง เสมือนกับเป็นคำทักทายคำแรก จากคุณไอซแลนด์ เราไม่เคยเดินทางไกลและนานขนาดนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าอีกครั้งนึงเลยแหละ เคยคิดมาตลอดว่าการเที่ยวที่สนุก คือการรู้แพลนและเตรียมทุกอย่างไว้แน่นอน แต่พอเราได้มาสัมผัสกับอะไรที่เราเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ เลยรู้ว่าการได้แก้ปัญหาไปเรื่อยๆก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างนึงเหมือนกัน การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างดูดพลังของเราไปมาก มันไม่สบายและไม่ง่ายเลย กับการจะเข้าไปชื่นชมธรรมชาติแต่ละที่ พอกลับมา ก็ได้แต่คิดว่า เราตัวเล็กจริงๆ สำหรับโลกใบนี้ : ) Follow her on  : https://www.facebook.com/abovethemarss