Jiuzhaigou 九寨沟 (China) by Thanutporn Ajchariyakulporn

” ถึงจะห่างไกลความสะดวกสบาย ถ้าเป็นไปได้ ประเทศจีน ดูเหมือนเป็นที่เกือบสุดท้ายที่จะเลือกไปเที่ยว ” หากเราเป็นอีกหนึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ในแนวน้ำตกหรือว่าขุนเขา จิ่วจ้ายโกว( Jiuzhaigou ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศจีน อยู่ในมณฑลเสฉวน การเดินทางนั้นต้องนั่งเรื่องบินไปลงที่สนามบินเฉิงตู และนั่งรถบัสอีกประมาณ 9 ชั่วโมงจากสนามบินถึงอุทยาน

จิ่วจ้ายโกวเป็นการท่องเที่ยวธรรมชาติที่คุ้นค่าแก่การเดินทางมาเพราะธรรมชาติภายในอุทยานมีความสวยงามมากจนลืมความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางไปเลยทีเดียว ภายในอุทยานจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยทั้งสองฝั่งนั้นภายในอุทยานจะมีการจัดสรรรถบัสไว้ให้ตลอดวันตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เราจะต้องเดินทางโดยรถบัสไปถึจุดสูงสุดของแต่ละฝั่งและเดินไล่ลงมาเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินก็จะมีทั้งทะเลสาป ป่าไม้ น้ำตก และต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี จุดเด่นของจิ่วจ้ายโกวก็คือสีสันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะน้ำที่ใสจนมองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน และน้ำนั้นก็สะท้อนกับสีของท้องฟ้าและเมฆ เงาไม้หลากสีที่โดนแสงแดดและสะท้อนลงบนผิวน้ำใสราวกับกระจก ความสวยงามของน้ำในทะเลสาบของจิ่วไจ้โกว ที่ใสราวกับกระจก จนเกิดเป็นตำนานเล่ากัน เรื่องราวมีอยู่ว่า “เทพบุตรองค์หนึ่งในสรวงสวรรค์เกิดหลงรักนางฟ้าองค์หนึ่ง เทพบุตรองค์นี้ได้มอบของขวัญเพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อนางนางฟ้าชิ้นหนึ่ง ของขวัญนั้นคือกระจกส่องฟ้า เมื่อเทพบุตรมอบกระจกส่องฟ้าให้แก่นางฟ้าและได้บอกความในใจให้นางฟ้าได้รับรู้ถึงความรักที่มีต่อนาง เนื่องจากความรักเป็นสิ่งต้องห้ามบนสวรรค์ นางฟ้าถึงกับตกใจและทำกระจกหล่นแตก……เศษกระจกส่องฟ้าทั้ง 144 ชิ้นต่างร่วงหล่นหลงมาสู่พื้นโลกจนเกิดเป็นทะเลสาบที่แสนงดงามทั้ง 144 แห่งในบริเวณหุบเขาจิ่วไจ้โกวนั่นเอง” ทัศนียภาพของทั้งสองฝั่งก็จะมีความคล้ายกันเพราะแต่ก็มีความต่างในตัวของมันเองระยะเวลาในการเดินชมวิวนี้ใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพื่อที่จะได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวธรรมชาติก็คงจะฟินไม่น้อยกับการที่ได้มาเยือนอุทยานนนี้

IMG_0985

IMG_1388

IMG_1482

IMG_1495

IMG_1524

DCIM101GOPROGOPR1132.

DCIM101GOPROGOPR1154.

DCIM101GOPROGOPR1328.

IMG_1737

IMG_1898

IMG_1906

IMG_2451

IMG_2469

IMG_2490

IMG_2493

 

 

Share
Random stories
29 Aug '16
Death Valley ,USA by Fern Chonchaya

เรามีโอกาสได้ไปแวะเที่ยวฝั่ง West Coast ของอเมริกา ทริปนี้สมาชิกมีเพียงเราและเพื่อนอีก2คน การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่แทบจะไม่ได้ปรึกษาใครเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางการขับรถ, ที่พักหรือ spot ต่างๆที่ควรแวะ จุดหมายแรกเริ่มต้นที่ซานฟรานซิสโก เราเช่ารถจากที่นั่นและขับแวะตามเมืองต่างแบบวนตามเข็มนาฬิกาจนไปจบที่แอลเอ เรามีเวลาทั้งหมด12วัน ซึ่ง ณ ตอนนั้นคือมีสถานที่ที่อยากไปเยอะมากกว่าเวลาที่มี จนต้องมาคุยกันว่าเราจะตัดใจตัดที่ไหนออกไป เพื่อทำให้ตารางการเดินทางไม่แน่นและทำเราเหนื่อยกันจนเกินไป พวกเราเริ่มหาข้อมูลของแต่ละสถานที่ในลิสต์ที่วางไว้คร่าวๆ ต้องยอมรับเลยว่าตัวเลือกแรกที่เรากับเพื่อนเลือกตัดคือ ‘Death Valley’ โดยคิดว่าน่าจะเสียดายน้อยที่สุดถ้าพลาดไม่ได้ไป เพราะจากรูปภาพที่เจอใน Google ที่นี่ดูเป็นสถานที่ที่ไม่น่าจะมีอะไรน่าสนใจมากมายนัก ดูเป็นแค่เพียงที่ว่างเปล่ากว้างๆโล่งๆ ร้อนและแห้งแล้งมากจนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืช แต่สุดท้ายแล้วเราตัดใจไม่ลง ยอมที่จะนอนน้อยและรวบตึงแพลนมากขึ้นเพื่อให้ได้ไปที่นี่ “เฮ้ย! ตื่นๆ ตื่นมาดูวิวก่อนนน..” เพื่อนเราที่เป็นคนขับรถตะโกนปลุกเรากับเพื่อนอีกคนที่เผลอหลับไประหว่างทางจาก Yosemite National Park ไปยัง Death Valleyในเช้าตรู่วันนึง ภาพแรกที่มองออกไปนอกหน้าต่างรถ คือมันสวยมากกกกกกกกก.. สวยงามมากจริงๆ เราทั้งสามอึ้งในความสวยงามของสิ่งที่เห็นข้างหน้า เส้นถนนที่ตัดตรงเป๊ะ ท้องฟ้าที่สีฟ้าสดในวันที่แดดจ้า พร้อมกับวิวธรรมชาติสองข้างถนนที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามลักษณะภูมิประเทศ มีทั้งเป็นภูเขา ผาหิน จนไปถึงพื้นที่กว้างราบเรียบที่มองได้ไกลจนสุดตา พืชพรรณ และต้นไม้ตามทางไม่คุ้นตานัก ช่วงเวลานั้นความง่วงและความล้าหายไปหมดเลย พอเข้าไปถึงตัวอุทยานแห่งชาติ […]

30 Nov '16
FUROSHIKI Wrapping. One of our favorite thing.

Wrap your picnic bag in FUROSHIKI style Be prepared for your next outing SHIZUKU FUKURO (Deep shape carry wrap) The sounds of laughter, from children at play; the humming of bees on a warm summer day. The awaited enjoyment, a kitchen smell brings, are reminders, of some of my favorite things! Though a distant church […]