How celebrities mix&match VICK’S, Dream FIeld collection

VICK’S พาทุกคนมาดื่มด่ำกับบรรยากาศเป็นกันเองพร้อมเปิดตัว collection ล่าสุด หลังจากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับเสื้อผ้าสปิริตใหม่ ในรูปแบบของ VICK’S ไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งได้สร้างนิยามใหม่ให้กับเสื้อผ้าในแนวแคชชวลแวร์ ที่มีกลิ่นอายของความเป็นเสื้อผ้าเรียบสำหรับหนุ่มสาวในเมืองใหญ่ ที่รักในธรรมชาติ และเสพติดกับความเบาสบาย ของวันหยุดพักผ่อนจนอยากที่จะใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบในทุกๆวัน ตามสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า Weekend is Everyday ล่าสุด VICK’S พร้อมที่จะแนะนำผลงานใหม่ประจำปี 2016 ที่ยังคงมาพร้อมกับความน่าสนใจที่หนุ่มสาวรุ่นใหม่ห้ามพลาดเช่นเคย

เป็นอีกครั้งที่ อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ Managing Director แห่ง VICK’S พร้อมด้วยทีมดีไซน์รุ่นใหม่ของแบรนด์ ขอนำทุกๆคน ออกเดินทางไปสู่เมืองเล็กๆ ที่มีชื่อว่า Christiania (คริสเทียเนีย) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองใหญ่อย่างโคเปนเฮเกน ประเทศ เดนมาร์ก เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐอิสระ (Freetown Christiania) ที่ปกครองตัวเองอย่างเสรี ผู้คนใช้ชีวิตอย่างสงบเรียบง่าย เน้นความเป็นอยู่ที่อิงกับธรรมชาติมากที่สุด เช่นเดียวกับสร้างสรรค์งานศิลปะผ่านพิพิธภัณฑ์หลากหลายแห่งที่มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วเมืองในพื้นที่กว่า 84 เอเคอร์นั้นผู้คนในเมืองต่างมีอิสระเสรีที่จะสร้างสรรค์งานศิลป์ จัดงานปาร์ตี้รื่นเริง หรือแม้แต่จะเสพกัญชา เป็นเมืองที่ทีเสน่ห์ในแบบเฉพาะตัว และมีความแปลกที่เกิดจากการรวมกลุ่มคนหลากหลายประเภทเข้าไว้ด้วยกัน

จากแรงบันดาลใจนี้ได้ถูกจับมา Mix&Match โดยเหล่า Celebrity ที่มาร่วมงาน Dream Field ที่ผสมกลิ่นอายในแบบของฮิปปี้ ผ่านลายพิมพ์ผ้าแบบใหม่ ในขณะที่โครงชุดโดยรวมที่ยังคงมีความมินิมอลในสไตล์ของแฟชั่นในแถบสแกนดิเนเวียซึ่งมีให้เลือกทั้งชุดกระโปรงยาว ชุดกระโปรงสั้น เสื้อท็อปสายเดี่ยว เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงขายาว เสื้อยืด และเสื้อเชิ้ตพิมพ์ลายทั้งของชายและหญิง บนโทนสีสดใส ทั้ง ขาว ฟ้า เหลืองมัสตาร์ด น้ำเงินและเบจ บนเนื้อผ้าชั้นดีสวมใส่สบายในสไตล์ของ VICK’S ที่ทุกคนชื่นชอบ

 

สุชาร์ มานะยิ่ง

jip

ปกฉัตร เทียมชัย

กมลเนตร เรืองศรี

พัชชา พูนพิริยะ

พิมพิศา จิราธิวัฒน์

ซาร่า เล็กจ์

เขมิศรา พลเดช

note

นท พนายางกูร

ink

วรันธร เปานิล

ae

มณีรัตน์ คำอ้วน

tiw

ดิษยา กรกชมาศ

paparn

สิริมา ไชยปรีชาวิทย์

 

Share
Random stories
27 May '15
” Walk on the Wide Side ” Project I by Naruebes Vadvaree

” Walk on the Wide Side ” Project I ครั้งแรกกับการชักชวนเพื่อนชายคนสนิท ศิลปินและช่างภาพรุ่นใหม่ ” นฤเบศ วาดวารี ” ผู้คว้ารางวัลดีเด่นจากงานYoung Thai Artist Award 2011 สาขาภาพถ่ายจัดขึ้นโดยมูลนิธิซิเมนต์ไทย ( SCG Foundation )  และหนึ่งในศิลปินจากโครงการThe ‘Brand New 2012’ Art Project ที่คัดสรรค์ผลงานโดยภัณฑารักษ์ชาวฟิลิปปินส์ ริงโก้ บูโนอาน (Ringo Bunoan) เข้าร่วมการสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายชุดพิเศษกับVICK’S ในชื่อ ”Photography exhibition” นฤเบศหยิบนำเอาภาพบางส่วนจากผลงานจิตรกรรมของศิลปินชาวอเมริกัน อเล็กซ์ เคทส์ ( Alex Katz ) มาสร้างเรื่องราวขึ้นใหม่ในแบบฉบับของตนเอง  หยิบยกเอาความสงบนิ่งที่เผยให้เห็นถึงความเหงา เปล่าเปลี่ยว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในผลงานของศิลปินต้นทาง มาถอดรหัสและสร้างพื้นที่ทางความรู้สึกของตนเองสวมทับเข้าไปใหม่ ด้วยกระบวนการตีความจากสิ่งที่เห็น ที่ได้ยิน และสิ่งที่ได้สัมผัส จากการเดินทางท่องเที่ยวของตนเองในวันหยุดผักผ่อน  สะท้อนให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกในทางตรงกันข้ามจากภาพต้นแบบที่หยิบยกมา จนกลายเป็นชุดภาพถ่ายสุดพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและยังคงความสำคัญไว้กับเสื้อผ้าที่มีความเรียบง่าย ผ่อนคลาย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยลูกเล่นและรายละเอียดตามแบบฉบับของVICK’S จนไม่สามารถแยกย่อย นำเนื้อที่ของเสื้อผ้าออกจากเวลาของภาพถ่ายไปได้เลย        

28 Jan '16
Jiuzhaigou 九寨沟 (China) by Thanutporn Ajchariyakulporn

” ถึงจะห่างไกลความสะดวกสบาย ถ้าเป็นไปได้ ประเทศจีน ดูเหมือนเป็นที่เกือบสุดท้ายที่จะเลือกไปเที่ยว ” หากเราเป็นอีกหนึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ ในแนวน้ำตกหรือว่าขุนเขา จิ่วจ้ายโกว( Jiuzhaigou ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศจีน อยู่ในมณฑลเสฉวน การเดินทางนั้นต้องนั่งเรื่องบินไปลงที่สนามบินเฉิงตู และนั่งรถบัสอีกประมาณ 9 ชั่วโมงจากสนามบินถึงอุทยาน จิ่วจ้ายโกวเป็นการท่องเที่ยวธรรมชาติที่คุ้นค่าแก่การเดินทางมาเพราะธรรมชาติภายในอุทยานมีความสวยงามมากจนลืมความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางไปเลยทีเดียว ภายในอุทยานจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยทั้งสองฝั่งนั้นภายในอุทยานจะมีการจัดสรรรถบัสไว้ให้ตลอดวันตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เราจะต้องเดินทางโดยรถบัสไปถึจุดสูงสุดของแต่ละฝั่งและเดินไล่ลงมาเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินก็จะมีทั้งทะเลสาป ป่าไม้ น้ำตก และต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี จุดเด่นของจิ่วจ้ายโกวก็คือสีสันในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะน้ำที่ใสจนมองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน และน้ำนั้นก็สะท้อนกับสีของท้องฟ้าและเมฆ เงาไม้หลากสีที่โดนแสงแดดและสะท้อนลงบนผิวน้ำใสราวกับกระจก ความสวยงามของน้ำในทะเลสาบของจิ่วไจ้โกว ที่ใสราวกับกระจก จนเกิดเป็นตำนานเล่ากัน เรื่องราวมีอยู่ว่า “เทพบุตรองค์หนึ่งในสรวงสวรรค์เกิดหลงรักนางฟ้าองค์หนึ่ง เทพบุตรองค์นี้ได้มอบของขวัญเพื่อแสดงถึงความรักที่มีต่อนางนางฟ้าชิ้นหนึ่ง ของขวัญนั้นคือกระจกส่องฟ้า เมื่อเทพบุตรมอบกระจกส่องฟ้าให้แก่นางฟ้าและได้บอกความในใจให้นางฟ้าได้รับรู้ถึงความรักที่มีต่อนาง เนื่องจากความรักเป็นสิ่งต้องห้ามบนสวรรค์ นางฟ้าถึงกับตกใจและทำกระจกหล่นแตก……เศษกระจกส่องฟ้าทั้ง 144 ชิ้นต่างร่วงหล่นหลงมาสู่พื้นโลกจนเกิดเป็นทะเลสาบที่แสนงดงามทั้ง 144 แห่งในบริเวณหุบเขาจิ่วไจ้โกวนั่นเอง” ทัศนียภาพของทั้งสองฝั่งก็จะมีความคล้ายกันเพราะแต่ก็มีความต่างในตัวของมันเองระยะเวลาในการเดินชมวิวนี้ใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพื่อที่จะได้เก็บภาพบรรยากาศที่สวยงามของธรรมชาติ สำหรับใครที่ชอบเที่ยวธรรมชาติก็คงจะฟินไม่น้อยกับการที่ได้มาเยือนอุทยานนนี้