House of Inspire with Juli Baker and Summer

อีกครั้งที่ Vick’s มองหาแรงบันดาลใจรอบๆตัว จนได้มาพบกับ ป่าน ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา และได้มาร่วมงานกันในคอลเลคชั่นล่าสุด Vick’s Valley of the whispering hill โดยใช้เทคนิคศิลปะการตัดต่อผ้า (Patchwork) เป็นตัวแสดงนำของคอลเล็คชั่น

เราได้รับการต้อนรับอย่างดีจากครอบครัวแสนอบอุ่นของป่าน บ้านที่มีแต่มุมที่ตกแต่งน่ารักตามแบบของแต่ละคนในครอบครัว ซึ่งแต่ละคนมีความแตกต่างและหลงใหลกันคนละแบบ ตั้งแต่ประตูทางเข้าก็มีของตกแต่งน่ารักวางติดทั่วผนังเต็มไปหมด ทางขึ้นไปชั้นสองบันไดถูกปูด้วยโปสเตอร์วงดนตรีและปกอัลบั่มจนเต็มถึงห้องซ้อมดนตรีที่ปลายบันไดในชั้นสอง ที่เกิดจากคุณพ่อของป่าน คุณพ่อป๊อก (ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา) ชื่นชอบดนตรี และวง The Beatles  ทำให้เกิดห้องซ้อมขึ้นเพื่อใช้เวลาซ้อมเล่นกันในวง และ ถูกถ่ายทอดให้ป่านได้เล่นดนตรีตาม ระหว่างทางป่านก็เล่าถึงที่มาของของแต่ละชิ้นที่มาตกแต่ง ไม่ใช่แค่ป่าน แต่รวมถึงทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็มีส่วนร่วมในการตกแต่งบ้านเหมือนๆกัน ทำให้รู้สึกว่าบ้านหลังนี้ถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศของศิลปะมาตั้งแต่หน้าประตู ก่อนที่ป่านจะนำทางไปที่มุมทำงาน เล็กๆมุมหนึ่งที่ผนังเต็มไปด้วยภาพวาดฝีมือป่าน ชั้นวางของที่แน่นไปด้วยหนังสือและสีอะคลีลิค การตกแต่งห้องด้วยสีสันสดใสตามสไตล์ของป่าน

dscf4700

dscf4690

dscf4687

dscf4685

dscf4673

Vick’s : ป่านตั้งใจจะเรียนแฟชั่นตั้งแต่แรกรึป่าว (สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
ป่าน  : จริงๆป่านคิดว่าตัวเองอยากเป็น Designer เพราะชอบวาดรูปผู้หญิงใส่เสื้อผ้า เหมือนตอนเด็กๆชอบแต่งตัว แต่พอมาเรียนจริงๆเป็นDesigner มันไม่ใช่แค่วาดรุปอย่างเดียวมันต้องทำหลายอย่าง พอถึง process ที่ต้องหาผ้าขึ้นตัวอย่างและทำของจริงขึ้นมาป่านว่าเริ่มไม่ใช่แนวป่านแล้ว ที่จริงป่านชอบวาดรูป คือตั้งแต่สมัยเด็กๆป่านก็เริ่มวาดรูปค่อยๆวาดไปเรื่อยๆ

Vick’s : แล้วใครคือศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจให้ป่าน วาดรูป
ป่าน  : David Hockney ป่านชอบเพราะทำไมเค้าวาดไม่ค่อยเหมือนแต่มันกลับสวยได้ เพราะตอนเรียนแรกๆป่านเป็นคนวาดรุป Realism ไม่ได้เลย วาดเท่าไหร่อาจารย์ก็ให้แก้ อย่าง Hockney เราชอบแต่เราก็ไม่ได้เอาของ Hockney มาทั้งหมด ป่านจะค่อยๆพัฒนาจนกลายมาเป็นสไตล์ของป่านเอง

dscf4642

dscf4638

dscf4636

dscf4616

dscf4615

dscf4590

dscf4575

dscf4568

dscf4562

Vick’s : ถ้าหากอยากให้ป่านนิยาม ลักษณะงานของตัวเองหละ
ป่าน  : เป็นงานประมาณ Naive Art*  มันคือการวาดรูปแบบง่ายๆ จากใจ ให้ความสำคัญกับความรู้สึก ไม่ได้เน้นทักษะ มันแค่เรียบง่าย ตรงประเด็น
*Naive Art  ศิลปะนาอีฟ หรือ ศิลปะไร้มายา เป็นศิลปะแบบคนนอก (Outsider Art) อย่างหนึ่ง Naive Art จะเกี่ยวกับเด็กหรือผู้ใหญ่ที่สนใจศึกษาศิลปะด้วยตนเองโดยไม่เคยมีพื้นฐานทางศิลปะมาก่อน โดยทั่วไปแล้วศิลปินคนนอกแทบจะไม่มีหรือไม่มีการติดต่อกับโลกศิลปะหรือ สถาบันศิลปะ ส่วนใหญ่แล้วศิลปะคนนอกจะเป็นศิลปะที่แสดงถึงความกดดันทางจิตใจอย่างสูง, ความคิดที่นอกแนว หรือเป็นโลกของแฟนตาซีอันซับซ้อ

Vick’s : ป่านได้แรงบันดาลใจในการทำงานมาจากอะไรบ้าง
ป่าน : ป่านชอบดูผู้คนอย่างการแต่งกาย สิ่งที่ได้จากภาพยนตร์ เช่นเรื่อง Flipped เสียงเพลง รวมถึงการเดินทาง

Vick’s : คิดว่าการที่เรามี Inspire สะสมไว้มาก เป็นเพราะการที่เราได้ไป ต่างประเทศมารึป่าว
ป่าน  : ป่าน ว่าเกี่ยว แต่ไม่ทั้งหมด มันอาจจะทำให้เราเห็นมุมมอง และสิ่งแวดล้อม ที่แปลกใหม่ขึ้น แต่ไม่ได้เป็นทั้งหมด

Vick’s : ความเป็น Vick’s ในมุมมองของป่านคืออะไร
ป่าน  : Vick’s กับป่าน ต่างกันนะ ขนาดสีคนละ Pantone กันเลย แต่มันก็มีความเป็นป่านด้วย เพราะ Vick’s ไม่ใช่เเค่เสื้อผ้าเรียบที่ต้องตัดสินใจจากเนื้อผ้า แต่ Vick’s มีความCraft มีดีเทลที่อยู่ในความเรียบ ส่วนนี้แหละที่ป่านคิดว่าเหมือนป่าน เพราะป่านชอบประดิษฐ์ประดอย การทำเสื้อผ้าใน Collection ป่านก็เอาตัวเองมาผสมกับ Vick’s
Vick’s : เราว่ามันลงตัวนะ

01

dscf4678

dscf4667

dscf4553

dscf4555

dscf4597

dscf4548

การที่ได้มาฟังป่านเล่าเรื่องทำให้รู้สึกว่า แรงบันดาลใจต่างๆที่ป่านได้รับมีส่วนมาจากครอบครัวของป่าน ที่เป็นแบบอย่าง คอยสนับสนุน ส่งเสริม และเข้าใจในสิ่งที่ป่านอยากทำ เหมือนการแบ่งประสบการณ์ระหว่างกันมาตลอด

Vick’s

Share
Random stories
29 Aug '16
Death Valley ,USA by Fern Chonchaya

เรามีโอกาสได้ไปแวะเที่ยวฝั่ง West Coast ของอเมริกา ทริปนี้สมาชิกมีเพียงเราและเพื่อนอีก2คน การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่แทบจะไม่ได้ปรึกษาใครเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางการขับรถ, ที่พักหรือ spot ต่างๆที่ควรแวะ จุดหมายแรกเริ่มต้นที่ซานฟรานซิสโก เราเช่ารถจากที่นั่นและขับแวะตามเมืองต่างแบบวนตามเข็มนาฬิกาจนไปจบที่แอลเอ เรามีเวลาทั้งหมด12วัน ซึ่ง ณ ตอนนั้นคือมีสถานที่ที่อยากไปเยอะมากกว่าเวลาที่มี จนต้องมาคุยกันว่าเราจะตัดใจตัดที่ไหนออกไป เพื่อทำให้ตารางการเดินทางไม่แน่นและทำเราเหนื่อยกันจนเกินไป พวกเราเริ่มหาข้อมูลของแต่ละสถานที่ในลิสต์ที่วางไว้คร่าวๆ ต้องยอมรับเลยว่าตัวเลือกแรกที่เรากับเพื่อนเลือกตัดคือ ‘Death Valley’ โดยคิดว่าน่าจะเสียดายน้อยที่สุดถ้าพลาดไม่ได้ไป เพราะจากรูปภาพที่เจอใน Google ที่นี่ดูเป็นสถานที่ที่ไม่น่าจะมีอะไรน่าสนใจมากมายนัก ดูเป็นแค่เพียงที่ว่างเปล่ากว้างๆโล่งๆ ร้อนและแห้งแล้งมากจนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืช แต่สุดท้ายแล้วเราตัดใจไม่ลง ยอมที่จะนอนน้อยและรวบตึงแพลนมากขึ้นเพื่อให้ได้ไปที่นี่ “เฮ้ย! ตื่นๆ ตื่นมาดูวิวก่อนนน..” เพื่อนเราที่เป็นคนขับรถตะโกนปลุกเรากับเพื่อนอีกคนที่เผลอหลับไประหว่างทางจาก Yosemite National Park ไปยัง Death Valleyในเช้าตรู่วันนึง ภาพแรกที่มองออกไปนอกหน้าต่างรถ คือมันสวยมากกกกกกกกก.. สวยงามมากจริงๆ เราทั้งสามอึ้งในความสวยงามของสิ่งที่เห็นข้างหน้า เส้นถนนที่ตัดตรงเป๊ะ ท้องฟ้าที่สีฟ้าสดในวันที่แดดจ้า พร้อมกับวิวธรรมชาติสองข้างถนนที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามลักษณะภูมิประเทศ มีทั้งเป็นภูเขา ผาหิน จนไปถึงพื้นที่กว้างราบเรียบที่มองได้ไกลจนสุดตา พืชพรรณ และต้นไม้ตามทางไม่คุ้นตานัก ช่วงเวลานั้นความง่วงและความล้าหายไปหมดเลย พอเข้าไปถึงตัวอุทยานแห่งชาติ […]