Death Valley ,USA by Fern Chonchaya

เรามีโอกาสได้ไปแวะเที่ยวฝั่ง West Coast ของอเมริกา ทริปนี้สมาชิกมีเพียงเราและเพื่อนอีก2คน การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่แทบจะไม่ได้ปรึกษาใครเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางการขับรถ, ที่พักหรือ spot ต่างๆที่ควรแวะ จุดหมายแรกเริ่มต้นที่ซานฟรานซิสโก เราเช่ารถจากที่นั่นและขับแวะตามเมืองต่างแบบวนตามเข็มนาฬิกาจนไปจบที่แอลเอ เรามีเวลาทั้งหมด12วัน ซึ่ง ณ ตอนนั้นคือมีสถานที่ที่อยากไปเยอะมากกว่าเวลาที่มี จนต้องมาคุยกันว่าเราจะตัดใจตัดที่ไหนออกไป เพื่อทำให้ตารางการเดินทางไม่แน่นและทำเราเหนื่อยกันจนเกินไป พวกเราเริ่มหาข้อมูลของแต่ละสถานที่ในลิสต์ที่วางไว้คร่าวๆ ต้องยอมรับเลยว่าตัวเลือกแรกที่เรากับเพื่อนเลือกตัดคือ ‘Death Valley’ โดยคิดว่าน่าจะเสียดายน้อยที่สุดถ้าพลาดไม่ได้ไป เพราะจากรูปภาพที่เจอใน Google ที่นี่ดูเป็นสถานที่ที่ไม่น่าจะมีอะไรน่าสนใจมากมายนัก ดูเป็นแค่เพียงที่ว่างเปล่ากว้างๆโล่งๆ ร้อนและแห้งแล้งมากจนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืช แต่สุดท้ายแล้วเราตัดใจไม่ลง ยอมที่จะนอนน้อยและรวบตึงแพลนมากขึ้นเพื่อให้ได้ไปที่นี่ “เฮ้ย! ตื่นๆ ตื่นมาดูวิวก่อนนน..” เพื่อนเราที่เป็นคนขับรถตะโกนปลุกเรากับเพื่อนอีกคนที่เผลอหลับไประหว่างทางจาก Yosemite National Park ไปยัง Death Valleyในเช้าตรู่วันนึง ภาพแรกที่มองออกไปนอกหน้าต่างรถ คือมันสวยมากกกกกกกกก.. สวยงามมากจริงๆ เราทั้งสามอึ้งในความสวยงามของสิ่งที่เห็นข้างหน้า เส้นถนนที่ตัดตรงเป๊ะ ท้องฟ้าที่สีฟ้าสดในวันที่แดดจ้า พร้อมกับวิวธรรมชาติสองข้างถนนที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามลักษณะภูมิประเทศ มีทั้งเป็นภูเขา ผาหิน จนไปถึงพื้นที่กว้างราบเรียบที่มองได้ไกลจนสุดตา พืชพรรณ และต้นไม้ตามทางไม่คุ้นตานัก ช่วงเวลานั้นความง่วงและความล้าหายไปหมดเลย พอเข้าไปถึงตัวอุทยานแห่งชาติ ความสวยงามของ Spot ต่างๆ ก็ยังคงสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Zabriskie Point จุดชมวิวที่น่าตะลึง Badwater Basin ลุ่มน้ำเวิ้งว่างขนาดใหญ่ที่น้ำแห้งขอดและพื้นเต็มไปด้วยเกลือ แต่ส่วนตัวแล้ว ยังไงเราก็ยังคิดว่าความสวยงามของเส้นทางระหว่างเข้า การเดินทางวันนั้นทำให้เรารู้ว่า ความสวยงามไม่ได้อยู่ที่แค่ปลายทางที่เราจะไปอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระหว่างทางในการไปถึงที่แห่งนั้นด้วย

**Death Valley เป็นทะเลทรายอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา บริเวณเขตแดนระหว่างรัฐแคลิฟอร์เนียกับรัฐเนวาดา มีลักษณะคล้ายกับเขาวงกต ร้อนและแห้งแล้งทุรกันดาร แทบไม่มีฝนตกเลยในแต่ละปี ร้อนที่สุด แห้งแล้งที่สุด และตั้งอยู่ในระดับต่ำจากน้ำทะเลที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ

 

1410846_10153237623607723_382017564487176194_o

10264031_10153241071862723_995731690665378311_o

10380637_10153237604522723_7836727421604685376_o

13931613_10153542350782723_795133445_o

13932077_10153542352707723_418011746_o

13932087_10153542350777723_63418115_o

12022434_10153241300802723_7915831087586494719_o

13932134_10153542350792723_1681693880_o

13940007_10153542350812723_1506564246_o

Share
Random stories
2 Nov '15
“Road to Mongolia” (Mongolia) by Saitarn Karncharanwong

มองโกเลียมีเมืองหลวงคือ Ulaanbaatar ( UB ) เป้าหมายของทริปครั้งนี้ คือการทัวร์ ทะเลทราย Gobi และ Orkhon Vally สิ่งที่น่าสนใจคือ ในแต่ละพื้นที่ของ Gobi จะมีสภาพของธรรมชาติ และอากาศที่เเตกต่างกัน ( เนื่องจาก พื้นที่มันกว้างใหญ่มาก ทั้งร้อน ฝนตก จนถึงมีหิมะปกคลุม ) ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทาง คือ ช่วงเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม เพราะจะได้เจอสถานที่ท่องเที่ยวทุกๆที่ในจังหวะที่สวยที่สุด 5 Steps to the Plain 1.Dream, read, listen then get on the plane. ช่วงที่ไปเริ่มมีการเเชร์เกี่ยวกับทางรถไฟสาย แทรนไซบีเรียกันอยู่บ้าง พอดีพี่ที่สนิทกัน ที่เป็นสายเที่ยวรอบโลก เหมือนกัน มาบอกว่ามี แพลนที่จะไปบ้าง เราก็ตอบไปเเบบไม่ค่อยคิดและลังเเลเลยว่า ” ไปด้วยดิ ” […]

6 Jul '15
Walk On The Wide Side Project III by Sukhum Nakpradith

ครั้งที่ 3 ของ ” Walk on the Wide Side ” Project และการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ ” สุขุม นาคประดิษฐ์ ” ศิลปินที่เคยได้รับการสนับสนุนการทํางานศิลปะจากแบรนด์พี่สาวอย่าง VICKTEERUT ในนิทรรศการศิลปะ”Drawn To The Deep End” ส่วนหนึ่งจากโครงการ LE CABINET DE CURIOSITE OF THOMAS ERBER 2014 ซึ่งจัดขึ้นโดย Siwilai Store, Central Embassy เมื่อปลายปีที่แล้ว กับผลงานชิ้นใหม่ในกิจกรรมพิเศษกับแบรนด์น้องสาวเช่น VICK’S ในครั้งนี้ ” 1,001 Nights And 1,000 Kilobyte ” เป็นผลงานภาพถ่ายจากแนวความคิดที่ต้องการใช้เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมประสบการณ์ วัสดุ สิ่งของ สถานที่ รวมไปถึงจินตนาการ ให้กลายมาเป็นประสบการณ์ร่วม(Share […]