A Touch of Clay – Slow Hands Studio

Text and photos : Nuanlilou

ในงานเซรามิค มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คาดเดาไม่ได้ หนึ่งในนั้น คือเรื่องความเสียหาย ทั้งจากการเผา ตอนปั้นแล้วตก ปั้นไปแล้วหัก หรืองานระเบิดในเตาตอนเผา ไปจนถึงเผาออกมาสวยงามแล้วทำตก งานฉีกเพราะเอาออกจากเตาเร็วไป ทำให้เราได้เรียนรู้ว่ามันไม่มีอะไรเที่ยง มันเป็นอนิจจังสุดๆ แต่พอเราทำงานไปเรื่อยๆ เราก็ยอมรับได้ และรู้สึกโอเคกับมันมากๆ และดีใจที่มันแตกได้ เพราะถ้ามันไม่แตกมันก็ไม่ใช่ของที่เปราะบาง มันเลยยิ่งดูมีค่ามาก อย่างที่มันควรจะเป็น

ถิง (ชลธิชา สุจริตพินิจเล่าให้ฉันฟังในมุมมองของเธอที่มีต่องานเซรามิคในบ่ายแก่ๆวันหนึ่งที่ Slow Hands Studio สตูดิโอที่เธอ กับเจิน (กฤชนันท์ ศรีระกิจ) ทำขึ้นมาด้วยกันได้เกือบสองปีแล้ว จากคำบอกเล่าง่ายๆทำให้รู้ที่มาที่ไปที่แสนจะธรรมดาแต่กลับมีความหมายให้คนฟังอย่างเรา ได้เห็นถึงรายละเอียดของความตั้งใจในการสร้างสเปซของตัวเองไปพร้อมๆกับการได้ทำงานที่รัก

ก่อนหน้านี้ ถิงเป็นนักวาดภาพประกอบ แต่ได้มีโอกาสได้ไปช่วยงานเจินที่ทำงานเซรามิคอยู่แล้วกว่า 10 ปี เลยได้เรียนรู้พื้นฐานตั้งแต่การขึ้นดิน การนวด ไปจนถึงการเก็บรายละเอียด จากนั้นจึงเริ่มปั้นดิน จากคาแรคเตอร์ของภาพที่ตัวเองวาด จนเริ่มมีคนมาสั่งงาน ขอซื้องาน ไปจนถึงอยากขอมาเรียนด้วย ทั้งคู่จึงตัดสินใจเปิดเป็นพื้นที่สำหรับสอนขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มจริงจังขึ้น

ตอนแรกๆเราก็ไม่กล้าปั้น กลัวมันจะแป๊ก ไม่รู้จะเริ่มยังไง เพราะมันมีรายละเอียดเยอะไม่เหมือนกับงานวาด แต่พอมีคนบอกว่าถ้าเราวาดได้ ก็น่าจะปั้นได้ เราเลยลองปั้นเล่นๆก่อน เจินก็สอนพื้นฐานให้ แล้วก็ค่อยๆ หาความรู้ต่อเอง สรุปว่ามันใช้ได้ ก็เลยทำมาจนถึงตอนนี้ ตอนปั้นได้ใหม่ๆ เราก็เห่องานปั้นมาก แต่ความจริงแล้วก็รักเท่ากัน ตอนนี้ก็ยังไม่ทิ้งงานวาด ก็เลยแบ่งเวลา ให้ 3 วันสำหรับงานปั้นและ 3 วันสำหรับงานวาด 

ทั้งคู่มันเป็น endless possibility แต่สำหรับงานวาด เราคาดเดามันได้มากกว่า สิ่งที่เราจะวาดมันอยู่ในหัวเรา เราสามารถดึงมันออกมาได้เกือบจะทั้งหมด แต่งานปั้น มันเกินการคาดเดา เราดึงมาได้แค่ส่วนหนึ่ง ยิ่งในกระบวนการเผา การเคลือบ การคุมไฟ บางทีเราตอบไม่ได้เลยว่างานที่ออกมาหน้าตาจะเป็นยังไง

ถึงแม้จะเป็นงานเซรามิคเหมือนกั แต่ทั้งคู่ปั้นดินออกมาแตกต่างกัน ถิงทำ Sculpture ส่วนเจินทำ Pottery โดยในความต่างมีกลิ่นอายของความบอบบางและอ่อนโยนอยู่ ในมุมมองของถิงแล้ว งานภาชนะของเจินมีความเฟมินีนอยู่มาก ส่วนในมุมมองของฉัน งานของเจินมีพลังซ่อนอยู่ในความบางเฉียบ มีความละเอียดของเส้นสายและ และความโค้งมน ในทุกชิ้นงานถ้าใช้มือสัมผัส

ขณะที่คุยกับถิง ฉันนั่งเพนต์งานบนฝากา เซรามิคที่เจินปั้นให้ ไปพร้อมๆ กับนักเรียนหลายคนที่มาหัดปั้นดินที่นี่ บางคนพอมีพื้นฐาน แต่บางคนไม่มีเลย แต่ทุกคนก็สร้างชีวิตให้ดินได้ด้วยจินตนาการของตัวเอง ไปพร้อมๆกับการแนะนำจากทั้งคู่ ซึ่งวิธีการสอนของที่นี่จะเน้นที่คนเรียน ว่านักเรียนต้องการปั้นอะไร แบบไหน จะไม่ได้บอกว่าคุณต้องทำแบบนี้ แบบนั้น แล้วทั้งคู่จะใส่สกิลอะไรเข้าไปให้สุดตรงนั้นได้บ้าง สำหรับฉันมันคือการสอนที่ดูเรียบง่าย ธรรมดา แต่มันให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติเอามากๆ กับชั่วขณะที่สองมือได้สัมผัสกับดิน โทนอารมณ์ที่มีผลกับรูปร่างของงานและการที่สมองได้สร้างสรรค์ ดูแล้วเป็นความสัมพันธ์ที่เหมือนจะขาดออกจากกันไม่ได้เลย

ได้เวลาหรือยังที่เราจะไปปั้นดินกัน ? ………..

layout-1

layout-2

layout-3

layout-4

layout-5

layout-6

layout-7

layout-8

layout-9

layout-10

Slow hands studio

https://www.facebook.com/slowhandsstudio/

Tel. 0835662324, 0814373611

IG : slowhands

Share
Random stories
6 Jan '17
House of Inspire with Juli Baker and Summer

อีกครั้งที่ Vick’s มองหาแรงบันดาลใจรอบๆตัว จนได้มาพบกับ ป่าน ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา และได้มาร่วมงานกันในคอลเลคชั่นล่าสุด Vick’s Valley of the whispering hill โดยใช้เทคนิคศิลปะการตัดต่อผ้า (Patchwork) เป็นตัวแสดงนำของคอลเล็คชั่น เราได้รับการต้อนรับอย่างดีจากครอบครัวแสนอบอุ่นของป่าน บ้านที่มีแต่มุมที่ตกแต่งน่ารักตามแบบของแต่ละคนในครอบครัว ซึ่งแต่ละคนมีความแตกต่างและหลงใหลกันคนละแบบ ตั้งแต่ประตูทางเข้าก็มีของตกแต่งน่ารักวางติดทั่วผนังเต็มไปหมด ทางขึ้นไปชั้นสองบันไดถูกปูด้วยโปสเตอร์วงดนตรีและปกอัลบั่มจนเต็มถึงห้องซ้อมดนตรีที่ปลายบันไดในชั้นสอง ที่เกิดจากคุณพ่อของป่าน คุณพ่อป๊อก (ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา) ชื่นชอบดนตรี และวง The Beatles  ทำให้เกิดห้องซ้อมขึ้นเพื่อใช้เวลาซ้อมเล่นกันในวง และ ถูกถ่ายทอดให้ป่านได้เล่นดนตรีตาม ระหว่างทางป่านก็เล่าถึงที่มาของของแต่ละชิ้นที่มาตกแต่ง ไม่ใช่แค่ป่าน แต่รวมถึงทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็มีส่วนร่วมในการตกแต่งบ้านเหมือนๆกัน ทำให้รู้สึกว่าบ้านหลังนี้ถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศของศิลปะมาตั้งแต่หน้าประตู ก่อนที่ป่านจะนำทางไปที่มุมทำงาน เล็กๆมุมหนึ่งที่ผนังเต็มไปด้วยภาพวาดฝีมือป่าน ชั้นวางของที่แน่นไปด้วยหนังสือและสีอะคลีลิค การตกแต่งห้องด้วยสีสันสดใสตามสไตล์ของป่าน Vick’s : ป่านตั้งใจจะเรียนแฟชั่นตั้งแต่แรกรึป่าว (สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ป่าน  : จริงๆป่านคิดว่าตัวเองอยากเป็น Designer […]

27 May '15
” Walk on the Wide Side ” Project I by Naruebes Vadvaree

” Walk on the Wide Side ” Project I ครั้งแรกกับการชักชวนเพื่อนชายคนสนิท ศิลปินและช่างภาพรุ่นใหม่ ” นฤเบศ วาดวารี ” ผู้คว้ารางวัลดีเด่นจากงานYoung Thai Artist Award 2011 สาขาภาพถ่ายจัดขึ้นโดยมูลนิธิซิเมนต์ไทย ( SCG Foundation )  และหนึ่งในศิลปินจากโครงการThe ‘Brand New 2012’ Art Project ที่คัดสรรค์ผลงานโดยภัณฑารักษ์ชาวฟิลิปปินส์ ริงโก้ บูโนอาน (Ringo Bunoan) เข้าร่วมการสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายชุดพิเศษกับVICK’S ในชื่อ ”Photography exhibition” นฤเบศหยิบนำเอาภาพบางส่วนจากผลงานจิตรกรรมของศิลปินชาวอเมริกัน อเล็กซ์ เคทส์ ( Alex Katz ) มาสร้างเรื่องราวขึ้นใหม่ในแบบฉบับของตนเอง  หยิบยกเอาความสงบนิ่งที่เผยให้เห็นถึงความเหงา เปล่าเปลี่ยว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในผลงานของศิลปินต้นทาง มาถอดรหัสและสร้างพื้นที่ทางความรู้สึกของตนเองสวมทับเข้าไปใหม่ ด้วยกระบวนการตีความจากสิ่งที่เห็น ที่ได้ยิน และสิ่งที่ได้สัมผัส จากการเดินทางท่องเที่ยวของตนเองในวันหยุดผักผ่อน  สะท้อนให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกในทางตรงกันข้ามจากภาพต้นแบบที่หยิบยกมา จนกลายเป็นชุดภาพถ่ายสุดพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและยังคงความสำคัญไว้กับเสื้อผ้าที่มีความเรียบง่าย ผ่อนคลาย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยลูกเล่นและรายละเอียดตามแบบฉบับของVICK’S จนไม่สามารถแยกย่อย นำเนื้อที่ของเสื้อผ้าออกจากเวลาของภาพถ่ายไปได้เลย