7 Steps to make Ceramic Brooch

screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pmtip_01screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm

STEP 1 : จัดเตรียมอุปกรณ์
        อุปกรณ์ที่ใช้ในการขึ้นรูปดิน ซึ่งเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่
       ดินคอมพาวด์ (คือดินผสมสำเร็จรูป เป็นดินที่ผ่านกระบวนการบด และผสมให้เป็นดินที่เหมาะกับทำเซรามิก)
       มีดคว้าน  ไม้ปั้นเซรามิก  ฟองน้ำเนื้อละเอียด และ ไม้กลิ้งดิน
screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm

tip_02

screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm
STEP 2 : นวดดิน
     เรานวดดินเพื่อไม่ให้มีฟองอากาศอยู่ในดิน เพราะหากเกิดฟองอากาศในดินอาจจะทำ
ให้เกิดการแตกระหว่างการเผาชิ้นงานเซรามิก โดยวิธีการนวดดินก็มีหลายหลายวิธีด้วยกัน
screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm
tip_03
screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm

STEP 3 :ขึ้นรูป

  เทคนิกการขึ้นรูปเซรามิก มีหลายวิธีด้วยกัน แต่ครั้งนี้เราจะขึ้นรูปโดยวิธีการกลิ้งดินให้เป็นแผ่น (Slab)
โดยเมื่อเราเสร็จขึ้นตอนการนวดไล่ฟองอากาศในดินเรียบร้อยแล้ว ตบดินให้เป็นลักษณะแบน
ต่อจากนั้นใช้ไม้กลิ้งดินกดลงน้ำหนักจากตรงกลาง ไล่ไปขอบด้านบน ด้านล่าง ซ้าย และขวา
โดยน้ำหนักการรีดต้องเสมอกันและต้องเริ่มจากตรงกลางเสมอ เพื่อให้มีความหนาขนาดเท่ากันทั่วทั้งแผ่น
screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm
tip_04
 screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm

STEP 4 : สร้างฟอร์ม

  ใช้มีคว้าน ตัดดินเป็นรูปตามแบบที่ต้องการ
โดยคำนึงถึงขนาดไม่ใหญ่มาก เมื่อนำมาทำเข็มกลัดจะได้มีขนาดที่พอดีและไม่หนักไป
เมื่อเราตัดเสร็จแล้ว ทิ้งดินเพื่อให้เซตตัวประมาณ 10 นาที
 screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm
tip_05
 screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm

STEP 5 : สร้างลวดลาย

     การสร้างลวดลายลงไปในดินที่เราตัดออกมา โดยใช้ไม้ปั้นขูดเป็นรูปหรือตัวอักษรลงไป
ระวังอย่าให้ทะลุหรือขาดออกจากกั
 screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm
tip_06
 screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm

STEP 6 : เก็บลายละเอียด

ใช้ฟองน้ำแบบละเอียดชุบน้ำหมาดๆ และเช็ดขอบเพื่อเก็บความเรียบร้อย จากนั้นรอดินแห้งสนิทดี เพื่อนำไปเผา
screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm
–  ขั้นตอนการเผา –
  เราต้องใช้เตาเผาเซรามิกโดยเฉพาะ ไม่สามารถเผาเองได้ ซึ่งปัจจุบัน
มีที่รับเผางานเซรามิกอยู่มากมาย เราสามารถไปใช้บริการได้
ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะคิดตามอุณหภูมิที่เผา (อุณหภูมิละ 1 บาท)
โดยเราต้องเผาโดยใช้อุณหภูมิ 1200 °C เพื่อให้ดินคอมพาวด์ แปรสภาพเป็นเซรามิก พร้อมใช้งานได้
Studio เผางานที่แนะนำ
PCHA Ceramic (เอกมัย19) – 081 821 4920
Studio Ceramic (ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร) – 081 899 7488
screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm
tip_07
 screen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm

STEP 7 : ประกอบตัวเข็มกลัด

นำชิ้นงานเซรามิกที่เผาเสร็จเรียบร้อยแล้ว มาติดกับแป้นเข็มกลัด
โดยใช้ปืนกาวเป็นตัวติดชิ้นงาน แล้วเราก็จะได้เข็มกลัดจากเซรามิกของเราเองscreen-shot-2016-12-07-at-12-13-26-pm
Share
Random stories
21 Dec '16
A Touch of Clay – Slow Hands Studio

Text and photos : Nuanlilou “ในงานเซรามิค มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คาดเดาไม่ได้ หนึ่งในนั้น คือเรื่องความเสียหาย ทั้งจากการเผา ตอนปั้นแล้วตก ปั้นไปแล้วหัก หรืองานระเบิดในเตาตอนเผา ไปจนถึงเผาออกมาสวยงามแล้วทำตก งานฉีกเพราะเอาออกจากเตาเร็วไป ทำให้เราได้เรียนรู้ว่ามันไม่มีอะไรเที่ยง มันเป็นอนิจจังสุดๆ แต่พอเราทำงานไปเรื่อยๆ เราก็ยอมรับได้ และรู้สึกโอเคกับมันมากๆ และดีใจที่มันแตกได้ เพราะถ้ามันไม่แตกมันก็ไม่ใช่ของที่เปราะบาง มันเลยยิ่งดูมีค่ามาก อย่างที่มันควรจะเป็น“ ถิง (ชลธิชา สุจริตพินิจ) เล่าให้ฉันฟังในมุมมองของเธอที่มีต่องานเซรามิคในบ่ายแก่ๆวันหนึ่งที่ Slow Hands Studio สตูดิโอที่เธอ กับเจิน (กฤชนันท์ ศรีระกิจ) ทำขึ้นมาด้วยกันได้เกือบสองปีแล้ว จากคำบอกเล่าง่ายๆทำให้รู้ที่มาที่ไปที่แสนจะธรรมดาแต่กลับมีความหมายให้คนฟังอย่างเรา ได้เห็นถึงรายละเอียดของความตั้งใจในการสร้างสเปซของตัวเองไปพร้อมๆกับการได้ทำงานที่รัก ก่อนหน้านี้ ถิงเป็นนักวาดภาพประกอบ แต่ได้มีโอกาสได้ไปช่วยงานเจินที่ทำงานเซรามิคอยู่แล้วกว่า 10 ปี เลยได้เรียนรู้พื้นฐานตั้งแต่การขึ้นดิน การนวด ไปจนถึงการเก็บรายละเอียด จากนั้นจึงเริ่มปั้นดิน จากคาแรคเตอร์ของภาพที่ตัวเองวาด จนเริ่มมีคนมาสั่งงาน ขอซื้องาน ไปจนถึงอยากขอมาเรียนด้วย ทั้งคู่จึงตัดสินใจเปิดเป็นพื้นที่สำหรับสอนขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มจริงจังขึ้น “ตอนแรกๆเราก็ไม่กล้าปั้น กลัวมันจะแป๊ก ไม่รู้จะเริ่มยังไง เพราะมันมีรายละเอียดเยอะไม่เหมือนกับงานวาด แต่พอมีคนบอกว่าถ้าเราวาดได้ […]

29 Aug '16
Death Valley ,USA by Fern Chonchaya

เรามีโอกาสได้ไปแวะเที่ยวฝั่ง West Coast ของอเมริกา ทริปนี้สมาชิกมีเพียงเราและเพื่อนอีก2คน การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่แทบจะไม่ได้ปรึกษาใครเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นทางการขับรถ, ที่พักหรือ spot ต่างๆที่ควรแวะ จุดหมายแรกเริ่มต้นที่ซานฟรานซิสโก เราเช่ารถจากที่นั่นและขับแวะตามเมืองต่างแบบวนตามเข็มนาฬิกาจนไปจบที่แอลเอ เรามีเวลาทั้งหมด12วัน ซึ่ง ณ ตอนนั้นคือมีสถานที่ที่อยากไปเยอะมากกว่าเวลาที่มี จนต้องมาคุยกันว่าเราจะตัดใจตัดที่ไหนออกไป เพื่อทำให้ตารางการเดินทางไม่แน่นและทำเราเหนื่อยกันจนเกินไป พวกเราเริ่มหาข้อมูลของแต่ละสถานที่ในลิสต์ที่วางไว้คร่าวๆ ต้องยอมรับเลยว่าตัวเลือกแรกที่เรากับเพื่อนเลือกตัดคือ ‘Death Valley’ โดยคิดว่าน่าจะเสียดายน้อยที่สุดถ้าพลาดไม่ได้ไป เพราะจากรูปภาพที่เจอใน Google ที่นี่ดูเป็นสถานที่ที่ไม่น่าจะมีอะไรน่าสนใจมากมายนัก ดูเป็นแค่เพียงที่ว่างเปล่ากว้างๆโล่งๆ ร้อนและแห้งแล้งมากจนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือพืช แต่สุดท้ายแล้วเราตัดใจไม่ลง ยอมที่จะนอนน้อยและรวบตึงแพลนมากขึ้นเพื่อให้ได้ไปที่นี่ “เฮ้ย! ตื่นๆ ตื่นมาดูวิวก่อนนน..” เพื่อนเราที่เป็นคนขับรถตะโกนปลุกเรากับเพื่อนอีกคนที่เผลอหลับไประหว่างทางจาก Yosemite National Park ไปยัง Death Valleyในเช้าตรู่วันนึง ภาพแรกที่มองออกไปนอกหน้าต่างรถ คือมันสวยมากกกกกกกกก.. สวยงามมากจริงๆ เราทั้งสามอึ้งในความสวยงามของสิ่งที่เห็นข้างหน้า เส้นถนนที่ตัดตรงเป๊ะ ท้องฟ้าที่สีฟ้าสดในวันที่แดดจ้า พร้อมกับวิวธรรมชาติสองข้างถนนที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามลักษณะภูมิประเทศ มีทั้งเป็นภูเขา ผาหิน จนไปถึงพื้นที่กว้างราบเรียบที่มองได้ไกลจนสุดตา พืชพรรณ และต้นไม้ตามทางไม่คุ้นตานัก ช่วงเวลานั้นความง่วงและความล้าหายไปหมดเลย พอเข้าไปถึงตัวอุทยานแห่งชาติ […]